Home arrow News arrow ก่อนเป็นสาว! แนะพาลูกฉีดวัคซีนเอชพีวี กันมะเร็งปากมดลูก
ก่อนเป็นสาว! แนะพาลูกฉีดวัคซีนเอชพีวี กันมะเร็งปากมดลูก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 12 ธันวาคม 2012
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
แพทย์แนะก่อนแตกเนื้อสาว ผู้ปกครองควรพาไปฉีดวัคซีนเอชพีวี ป้องกันรอยโรคมะเร็งปากมดลูก หลังพบวัคซีนให้ผลดีในกลุ่มที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ย้ำสาวแก่แต่ยังจิ้นก็ได้ผลดีเหมือนเด็กสาววัยแรกแย้ม วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องต่อรองราคาวัคซีน เพื่อให้เข้าถึงบริการมากขึ้น
 ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย กล่าวว่า เชื้อไวรัสเอชพีวีเป็นเชื้อที่พบได้ในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ ปากมดลูก ทวารหนัก และกล่องเสียง สามารถพบได้ทั้งในเพศชายและหญิง ทั้งนี้ เชื้อเอชพีวีเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกมากถึง 98% ดังนั้น ในเพศหญิงควรมีการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีตั้งแต่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากวัคซีนจะได้ผลดีและมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อเอชพีวี ซึ่งเป็นรอยโรคที่จะนำไปสู่การเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70-80% สำหรับคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว หากรับการฉีดวัคซีนดังกล่าวจะได้ผลอยู่ที่ประมาณ 17-30%

จากการศึกษาในสตรีที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 9-11 ปี ดังนั้น วัยดังกล่าวถือว่าเป็นวัยที่เหมาะสมที่จะได้รับการฉีดวัคซีนเอชพีวีให้ครบทั้ง 3 เข็มภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งวัคซีนจะมีราคาอยู่ที่ 5,000-6,000 บาท อย่างไรก็ตาม เรื่องของอายุในการฉีดวัคซีนไม่ได้จำกัดว่ามากหรือน้อย เพราะหากผู้หญิงอายุ 30 ปี แต่ไม่เคยผ่านการมีเพสสัมพันธ์แล้วไปเข้ารับการฉีดวัคซีนเอชพีวีก็จะได้ผลดีเหมือนเด็กอายุ 9-11 ขวบ สามารถป้องกันรอยโรคที่จะนำไปสู่มะเร็งปากมดลูกได้ 70-80% เช่นเดียวกันหากเด็กอายุ14-15 ปี แต่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้วไปรับการฉีดวัคซีนก็จะมีประสิทธิภาพเพียง 17-30% เท่านั้น” ศ.นพ.ธีระพงษ์กล่าว

ศ.นพ.ธีระพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับการติดเชื้อเอชพีวีในผู้หญิงนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะหายได้ แต่ยังมีบางกลุ่มที่ติดเชื้อในลักษณะเรื้อรังจนส่งผลให้กลายเป็นมะเร็ง ทั้งนี้ เชื้อเอชพีวีมีหลายชนิดแต่ที่พบบ่อยคือสายพันธุ์ที่ 16 และ 18 ดังนั้น เมื่อฉีดวัคซีนเอชพีวีเข้าไปแล้ว นอกจากจะป้องกันรอยโรคที่อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งปากมดลูกแล้ว ยังสามารถป้องกันการเกิดโรคหูดหงอนไก่ได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงอยากให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันรอยโรคที่จะนำไปสู่การเกิดมะเร็งปากมดลูก ซึ่งตนก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยในเรื่องของการดูแลราคาของวัคซีนให้มีราคาถูกลง เพื่อที่ประชาชนจะได้เข้าถึงมากขึ้น เพราะวัคซีนดังกล่าวก็เริ่มเป็นที่รู้จักบ้างแล้ว
< Previous   Next >