Home arrow News arrow แพทย์ชี้ ผู้สูงอายุภูมิคุ้มกันน้อย แนะฉีดวัคซีนป้องกันหวังลดติดเชื้อ
แพทย์ชี้ ผู้สูงอายุภูมิคุ้มกันน้อย แนะฉีดวัคซีนป้องกันหวังลดติดเชื้อ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 07 ธันวาคม 2012
 แพทย์เผยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุภูมิคุ้มกันลดลง เสี่ยงป่วยโรคติดเชื้อมากขึ้น เหตุไม่ฉีดวัคซีนป้องกัน เพราะเข้าใจผิดเป็นเรื่องของเด็กเล็ก ประกอบกับกลัวเจ็บและมีค่าใช้จ่าย ด้านราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ จัดทำคำแนะนำการให้วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ หวังลดการติดเชื้อ ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล
   วันนี้ (6 ธ.ค.) ที่อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย ศ.นพ.เกรียง ตั้งสง่า ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวในการแถลงข่าว “สูตรสำเร็จการลดการเจ็บป่วย ฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ” ว่า สาเหตุของการเจ็บป่วยในปัจจุบันส่วนหนึ่งมาจากการติดเชื้อโรค อาทิ เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และพยาธิ ซึ่งการติดเชื้อบางอย่างสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการฉีดวัคซีนจะฉีดเฉพาะในเด็กเล็กเท่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องฉีดในผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะจากการสำรวจผู้เข้ารับบริการในโรงพยาบาล พบว่า มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เข้ารับบริการมากถึง 9 แสนรายต่อปี เป็นผู้ใหญ่ร้อยละ 15 หรือประมาณ 140,000 รายต่อปี พบมากในช่วงอายุ 35-45 ปี ซึ่งบางรายมีอาการรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อนร่วมด้วยคือ ปวดอักเสบหรือปอดบวม ร้อยละ 11 และ 1 ใน 3 เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ดังนั้น ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ จึงร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญและสมาคมวิชาชีพต่างๆ จัดทำ “คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ” เพื่อเป็ยการสนับสนุนและส่งเสริมการป้องกันโรคด้วยวัคซีนแก่กลุ่มประชากรที่มีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม

ศ.นพ.สมิง เก่าเจริญ ประธานคณะกรรมการจัดทำแนวทางการดูแลรักษา ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ กล่าวว่า การฉีดวัคซีนเป็นทางเลือกหนึ่งในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อลดการติดเชื้อ ไม่เพียงเฉพาะในเด็กเล็กเท่านั้น แต่ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุก็มีความจำเป็น เนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายจะค่อยๆ ลดลง ซึ่งการฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันอัตราการเกิดโรคและตายได้มากเกือบถึง 100% อาทิ คอตีบ บาดทะยัก เป็นต้น สำหรับคำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ผู้ใหญ่ช่วงต้น (อายุ 18-26 ปี) ควรฉีดวัคซีนบาดทะยักและคอตีบทุก 10 ปี วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุก 1 ปี หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน 1 เข็ม วัคซีนเอชพีวี ฉีดตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้น และวัคซีนตับอักเสบบี ซึ่งต้องมีการตรวจภูมิคุ้มกันก่อนฉีด

ศ.นพ.สมิง กล่าวอีกว่า 2.กลุ่มผู้ใหญ่ (อายุ 27-65 ปี) ควรฉีดวัคซีนบาดทะยักและคอตีบทุก 10 ปี วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี และวัคซีนตับอักเสบบี 3.กลุ่มผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 65 ปี) ควรฉีดวัคซีนบาดทะยักและคอตีบทุก 10 ปี วัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันนิวโมคอคคัส (วัคซีนป้องกันการติดเชื้อรุนแรงในผู้ป่วยโรคปอด) ทุกปี และ 4.กลุ่มผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี รวมไปถึงวัคซีนตับอักเสบบีและวัคซีนป้องกันนิวโมคอคคัส

“ทุกวันนี้ผู้ใหญ่มารับการฉีดวัคซีนน้อย เพราะขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและวัคซีน รวมไปถึงกลัวเจ็บ กลัวอาการข้างเคียง และกลัวค่าใช้จ่าย ซึ่งวัคซีนแต่ละชนิดจะมีราคาแตกต่างกันไปตั้งหลักร้อยถึงพัน แต่รัฐบาลยังไม่มีการสนับสนุนให้มีการฉีดวัคซีนฟรีในผู้ใหญ่ ส่วนตัวมองว่าเมื่อเทียบประสิทธิภาพการป้องกันโรคแล้วถือว่าคุ้มค่า จึงควรมีการณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อลดการติดเชื้อหรือลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล” ศ.นพ.สมิง กล่าว
< Previous   Next >