Home arrow News arrow ส่งหน่วยพยาบาลชุดที่ 3 ลัดฟ้าดูแลผู้แสวงบุญฮัจญ์-กำชับเฝ้าระวังเชื้อไวรัสโคโรนา
ส่งหน่วยพยาบาลชุดที่ 3 ลัดฟ้าดูแลผู้แสวงบุญฮัจญ์-กำชับเฝ้าระวังเชื้อไวรัสโคโรนา Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 05 ตุลาคม 2012
“วิทยา” ส่งหน่วยพยาบาลชุดที่ 3 ลัดฟ้าไปนครเมกกะ-มาดีนะห์ ดูแลผู้แสวงบุญฮัจญ์ชาวไทยมุสลิม พร้อมแจกหน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ-คู่มือสุขภาพ ช่วยผู้แสวงบุญป้องกันโรค โดยเฉพาะเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2012 ด้าน “หมอพรเทพ” ย้ำ แซะดูแลผู้แสวงบุญเต็มที่ จัดประกบ 1 ต่อ 10 คน
วันนี้ (4 ต.ค.) นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังมอบนโยบายแก่หน่วยพยาบาลไทย ชุดที่ 3 ซึ่งจะออกเดินทางไปดูแลสุขภาพผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิม ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ พร้อมมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 30,000 ชิ้น และเจลล้างมือจำนวน 10,000 หลอด เพื่อป้องกันโรคติดต่อ ว่า สธ.จะส่งทีมแพทย์พยาบาลไทย จำนวน 4 ทีม รวม 42 คน เดินทางไปดูแลสุขภาพผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมจำนวนประมาณ 13,000 คน ระหว่างร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นเวลา 11 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน - 30 พฤศจิกายน 2555 โดยตั้งหน่วยบริการรักษาพยาบาล 2 จุด ที่นครเมกกะ และมาดีนะห์ ขณะนี้หน่วยพยาบาลไทยได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว 2 ชุด รวม 25 คน มีผู้แสวงบุญเดินทางไปถึงนครมาดีนะห์แล้วประมาณ 9,500 คน และเดินทางเข้าสู่นครเมกกะ ประมาณ 7,500 คน ซึ่งหน่วยพยาบาลไทยมีความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมเต็ม ที่ ทั้งด้านบุคลากร อาคารสถานที่ ยา และเวชภัณฑ์ที่ส่งจากประเทศไทยรวมกว่า 100 รายการ

นายวิทยา กล่าวอีกว่า ในปีนี้ได้ให้หน่วยแพทย์พยาบาลไทย เฝ้าระวังเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2012 เป็นกรณีพิเศษ แม้ขณะนี้จะยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม แต่การที่ประชาชนทั่วโลกมาอยู่รวมกันจำนวนมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ จึงให้หน่วยแพทย์เข้มมาตรการคัดกรองและการป้องกันโรค โดยตรวจวัดไข้ผู้ใช้บริการทุกคน หากพบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจให้ใส่หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
“ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยน่าสงสัย แต่ได้ให้กรมควบคุมโรคจัดพิมพ์ข้อแนะนำฉบับพกพา 2 ภาษา คือ ไทย และอังกฤษ จำนวน 30,000 ฉบับ ให้แซะซึ่งเป็นหัวหน้าทีมนำผู้แสวงบุญไปประกอบพิธีฮัจญ์และหน่วยพยาบาลไทยนำไปแจกผู้แสวงบุญทุกคน เพื่อดูแลสุขภาพระหว่างร่วมพิธี และสังเกตอาการผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ ทั้งระหว่างประกอบพิธีฮัจญ์และเมื่อกลับเข้าประเทศไทย ได้แก่ ไข้ ไอ หายใจเหนื่อย ปวดศีรษะ ฯลฯ ให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบด้วย และได้เปิดสายด่วนกรมควบคุมโรค ให้คำปรึกษาข้อสงสัยที่หมายเลข 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง” รมว.สาธารณสุข กล่าว

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากหน่วยพยาบาลไทย ว่า ขณะนี้สภาพอากาศช่วงกลางวันที่นครเมกกะและนครมาดีนะห์ร้อนมากอุณหภูมิประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส และมีฝุ่นละอองค่อนข้างมาก ทำให้ผู้แสวงบุญมักเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ รองลงมาคือ ปวดเมื่อยจากการเดินเท้าไปประกอบศาสนกิจ อ่อนเพลียจากการเสียเหงื่อ โดยผลการให้บริการของหน่วยพยาบาลไทยตั้งแต่วันที่ 17-30 ก.ย.มีผู้รับบริการ 743 ครั้ง ประกอบด้วยที่หน่วยบริการนครเมกกะ 463 ครั้ง และในนครมาดีนะห์ 280 ครั้ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในเขต 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบมากที่สุด คือ ไข้ ปวดศีรษะ ไอ แพ้อากาศ ปวดเมื่อย ได้รับไว้รักษาที่หน่วยพยาบาล 5 ราย และส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลของประเทศซาอุดีอาระเบีย 6 ราย ส่วนใหญ่อ่อนเพลียจากการเดินทางและโรคประจำตัว

ด้าน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2012 ยังคงอยู่ที่ 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เช่นเดิม ซึ่งจากการติดตามผู้สัมผัสโรคนั้น ยังไม่พบผู้ป่วยแต่อย่างใด แสดงว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2012 ไม่ได้ติดต่อถึงกันได้ง่าย อย่างไรก็ตาม รมว.สาธารณสุข มีความเป็นห่วงผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ว่า เมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศไทยแล้ว จะมีอาการป่วย จึงได้ให้แซะดูแลผู้แสวงบุญอย่างเต็มที่ โดยให้แซะ 1 คน ช่วยดูแลผู้แสวงบุญ 10 คน หากพบว่าป่วยขอให้แซะนำผู้แสวงบุญส่งโรงพยาบาลทันที
< Previous   Next >