Home arrow News arrow ไทยวิจัยแมงลักคา!รักษาไข้หวัดใหญ่-หวัดนกได้
ไทยวิจัยแมงลักคา!รักษาไข้หวัดใหญ่-หวัดนกได้ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 27 สิงหาคม 2007

       

 

 

       วันนี้ (27สิงหาคม) นพ.วัลลภ ไทยเหนือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้วิจัยทดลองพืชสมุนไพร แมงลักคา ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hyptis suaveolens (L.) Poit และยังมีชื่ออื่นๆ เช่น อีตู่ป่า การา กระเพราะผี แมงลักป่า เป็นต้น เป็นเวลา 1 ปีกว่า ขณะนี้สามารถทดลองสำเร็จในระยะที่ 1 และวิจัยทางคลินิกในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ และผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ในระยะที่ 2 พบว่า สารสกัดแมงลักคามีสารประเภท Terpenoids มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายประการ เช่น ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ซาลโมเนลลา ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสต่างๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ และเสริมภูมิคุ้มกันโรคเอดส์ และไม่มีผลข้างเคียงทั้งในคน และสัตว์ ซึ่งได้จดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว และหากการทำลองในระยะที่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจก็จะขยายการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น
 


นพ.พงศ์พันธ์ วงศ์มณี รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ผลการทดลองระยะที่ 2 ได้ให้สารสกัดแมงลักคาให้กับกลุ่มตัวอย่างผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ จำนวน 40-50 คน ในปริมาณคนละ 3,000 มิลลิกรัม ผลการทดลองได้ผลร้อยละ 50 ซึ่งผลออกฤทธิ์คล้ายยาฆ่าเชื้อไข้หวัดนกหรือทามิฟูล โดยออกฤทธิ์ต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้ง 3 สายพันธุ์ คือ H1-H3 ซึ่งในการทดลองระยะที่ 2 จะมีการเพิ่มโดสให้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 ปี จะสามารถทดลองสำเร็จ ซึ่งหลังจากนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะพัฒนาสารสกัดแมงลัคคาเป็นยาแคปซูล และจะจดสิทธิบัตรเป็นยาสมุนไพรแผนปัจจุบัน นอกจากนี้ สถาบันวิจัยสมุนไพร ยังอยู่ระหว่างการวิจัยพืชสมุนไพรชนิดอื่นๆ ด้วย โดยนำมารักษาผู้ป่วยวัณโรค ซึ่งมีแนวโน้มว่าการวิจัยจะได้ผลสำเร็จด้วย คาดว่าในเร็วๆ นี้จะสามารเปิดเผยผลการวิจัยได้


ทั้งนี้ แมงลักคา เป็นพืชล้มลุก สูง 0.5-2 เมตร มีกลิ่นเฉพาะและมีขนทั่วไป ดอกสีม่วงออกรวมกัน 2-6 ดอก ตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่งหรือที่ยอด มีผลย่อย 1-2 ผล ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตัวตรงข้าม ก้านใบยาว 0.5-5 ซม. ใบรูปไข่หรือรูปรี โคนใบเว้าเข้าเป็นร่องรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักในประเทศไทยพบขึ้นทั่วไปตามที่รกร้าง กลางแจ้งหรือริมทาง โดยส่วนที่นำมาใช้สกัดเป็นยาฆ่าเชื้อได้ คือตั้งแต่ลำต้น ใบ ดอก ผล ยกเว้นราก

 

ที่มา โพส ทูเดย์ วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2550

Last Updated ( จันทร์, 27 สิงหาคม 2007 )
< Previous   Next >