Home arrow News arrow สธ.เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กลุ่มเสี่ยง มิ.ย.นี้
สธ.เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กลุ่มเสี่ยง มิ.ย.นี้ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 17 พฤษภาคม 2012
 สธ.เตรียมจัดวัคซีน 3.55 ล้านโดส ฉีดฟรี ปชช.6 กลุ่มเสี่ยง และบุคลากรการแพทย์ ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ตั้งแต่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย.นี้ “ไพจิตร์” ย้ำ รีบมาฉีดแต่เนิ่นๆ ป้องกันได้ ด้านกรมควบคุมโรคโว สถิติป่วย-ตายน้อยลง

วันนี้ (16 พ.ค.) ที่กรมควบคุมโรค นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มอบหมายให้นายแพทย์ พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ คณะที่ปรึกษาทางวิชาการ และคณะทำงานโครงการให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อเตรียมการวางแผนการบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ในปี 2555

นายแพทย์ ไพจิตร์ กล่าวว่า นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้กระทรวงสาธารณสุขฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงให้มากที่สุด เพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคนี้ โดยให้กรมควบคุมโรค และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดรวมป้องกันได้ 3 สายพันธุ์ คือ ชนิดเอ เอช1เอ็น1 หรือไวรัสไข้หวัด 2009 ชนิดเอ เอช3เอ็น2 และชนิดบี ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล จำนวน 3.55 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กลุ่มเสี่ยง 2 กลุ่มฟรี ได้แก่ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลรักษาผู้เจ็บป่วย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดสัตว์ปีก และประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 6 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง มะเร็งที่กำลังรับเคมีบำบัด เบาหวาน ธาลัสซีเมีย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม ผู้พิการทางสมองช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เด็กอายุ 6 เดือน-2 ปี และหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป โดยจะเริ่มให้บริการพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 จนถึง 30 กันยายน 2555 ที่โรงพยาบาลของรัฐ และสถานบริการที่เข้าร่วมโครงการ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วัคซีนจะมีมากกว่าทุกปีที่ผ่านมาก็ตาม ก็ขอให้กลุ่มเสี่ยงดังกล่าวอย่านิ่งนอนใจให้รีบไปฉีดวัคซีนตามกำหนดแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถป้องกันโรคได้ทันท่วงที แต่ในกลุ่มผู้ป่วยที่โรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจหากโรคเดิมยังควบคุมไม่ได้ดีก็ไม่ควรรีบฉีดวัคซีนนัก ขอให้ปรึกษาแพทย์ที่รักษาเพื่อควบคุมอาการให้ดีที่ก่อนเริ่มฉีดวัคซีนเพื่อความปลอดภัยมากที่สุด

ด้าน นายแพทย์ พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามประเมินผลหลังฉีดวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยง พบว่า ได้ผลดี วัคซีนมีความปลอดภัยสูง และบุคลากรการแพทย์ร้อยละ 70 บอกว่า ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ลดลง ส่วนในภาพรวมพบว่า จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ และผู้เสียชีวิตลดลงอย่างชัดเจน จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานในปี 2552 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 120,400 ราย เสียชีวิต 231 ราย ในปี 2553 มีผู้ป่วย 115,183 ราย เสียชีวิต 126 ราย ปี 2554 มีผู้ป่วย 56,766 ราย เสียชีวิต 8 ราย และในปี 2555 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-14 พฤษภาคม พบผู้ป่วย 11,380 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หากประชาชนเปียกฝน ขอให้รีบอาบน้ำ สระผม และเช็ดให้แห้ง และใส่เสื้อผ้ารักษาร่างกายให้อบอุ่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง และเพิ่มภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และคาดหน้ากากอนามัยหากเป็นหวัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนอื่น หากมีไข้ต้องหยุดพักและรีบไปพบแพทย์ทันที รักษาตัวจนอาการหายดี

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤษภาคม 2555 

< Previous   Next >