Home arrow News arrow ไทยจับมือพม่ารณรงค์ป้องกันโรคมาลาเรีย-ไข้เลือดออก
ไทยจับมือพม่ารณรงค์ป้องกันโรคมาลาเรีย-ไข้เลือดออก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 10 พฤษภาคม 2012
  ระนอง - ไทยจับมือพม่าร่วมรณรงค์ป้องกันโรคมาลาเรียและโรคไข้เลือดออกที่จังหวัดระนอง

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง ได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันโรคมาลาเรียและโรคไข้เลือดออกในพื้นที่อำเภอกระบุรี บริเวณท่าเทียบเรือหัวถนนข้างร้านอาหารท่าเรือ ตำบลน้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านทรายปู อ.เกาะสอง จ.เกาะสอง ประเทศพม่า ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 เวลา 10.00 น.
  โดยจัดให้มีกิจกรรมการเดินรณรงค์ แลกเปลี่ยนสื่อประชาสัมพันธ์ และวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรคระหว่างแพทย์ชาวไทยและแพทย์ชาวพม่า พิธีเปิดป้ายจุดตรวจมาลาเรียชายแดน ณ บ้านของ อสม. ตำบลน้ำจืด อ.กระบุรี จากนั้น อสม.ไทย อสม.พม่า และเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ออกพ่นสารเคมีและเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย

พร้อมให้ความรู้ด้านสุขศึกษาแก่สถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าว ออกรณรงค์กำจัดลูกน้ำโดยใส่สารเคมีทุกหมู่บ้านของอำเภอกระบุรี เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง จากยูเสด(USAID) ยูอาร์ซี(URC) เออาร์ซี(ARC)มูลนิธิคีนันแห่งประเทศไทย มูลนิธิศุภนิตแห่งประเทศไทย อำเภอกระบุรี และเทศบาลตำบลน้ำจืด

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง กล่าวต่อว่า สถานการณ์โรคมาลาเรียและไข้เลือดออกในจังหวัดระนอง ยังไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะมาลาเรียในปี 2553 พบผู้ป่วยไทย 993 ราย ต่างชาติ 1,182 ราย ปี 2554 พบผู้ป่วยไทย 487 ราย ต่างชาติ 857 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 70 อยู่ในอำเภอกระบุรี ซึ่งมีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนไข้เลือดออก ปี 2553 พบผู้ป่วย 156ราย ปี 2554 พบผู้ป่วย 72 ราย ปี 2555 (มกราคม-เมษายน)พบผู้ป่วย 83 ราย เสียชีวิต 1 ราย และมีรายงานโรคอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการแก้ปัญหาโดยใช้กลยุทธให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ สามารถเข้าถึงสถานบริการ ค้นหาและตรวจรักษาอย่างรวดเร็ว และการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักของประชาชนในชุมชน

รวมทั้งการสร้างเครือข่ายการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระดับพื้นที่เขตชายแดน นับว่าเป็นสิ่งที่ดีและมีความยั่งยืน เพราะความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือมือจากภาคประชาชน ทั้ง 2 ฝ่ายเป็นหลัก นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำงานระหว่างชายแดนประเทศไทยและสหภาพพม่า

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤษภาคม 2555 
< Previous   Next >