Home arrow News arrow เพื่อนเฟซบุ๊กมากหลงตัวเอง
เพื่อนเฟซบุ๊กมากหลงตัวเอง Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Supaporn Wacharapluesadee   
ศุกร์, 13 เมษายน 2012

จากคอลัมน์ โลกาภิวัตน์

เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน 2555

โดย รศ.ดร.บุญมาก ศิรินวกุล

 

ใครมีเพื่อนในเฟซบุ๊กเยอะบ้าง? ยกมือขึ้น ผลการวิจัยพบว่า คนที่มักจะชอบเขียนปรับปรุงประวัติสถานะตนเองในเฟซบุ๊กบ่อย ๆอาจจะมีอาการ “หลงตัวเอง” ก็ได้

งานวิจัยนี้มาจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นอิลินอยส์ สหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างจำนวนเพื่อนในเฟซบุ๊กและความถี่ในการเข้าไปเล่นในเฟซบุ๊ก ทำให้เกิดความแปลกและแยกตัวออกจากสังคม และก็เกิดอาการ “หลงตัวเอง” (Narcissist)

งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ความแตกต่างของปัจเจกชนและบุคลิกภาพ (Personality and Individual Differences Journal) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมาวิจัยแบบเจาะลึก 300 คน ซึ่งได้ตอบคำถามซึ่งเป็นคลังคำถามวิจัยเกี่ยวกับบุคลิกภาพที่หลงตัวเองจำนวนมาก และได้พบว่า

บุคคลที่มีเพื่อนในเฟซบุ๊กจำนวนมาก และมักจะใส่รูปภาพของตนเองลงในเฟซบุ๊กและมักจะปรับปรุงข้อมูลประวัติของตนเองตลอดวัน มักจะมีบุคลิกลักษณะประเภทที่
เรียกว่า “หลงตัวเอง”

นักวิจัยที่ชื่อ คริส คาร์เพนเทอร์ ผู้เขียนงานวิจัยชิ้นนี้ได้กล่าวว่า “คนที่มีความต้องการมากที่จะให้ตนเองมีความรู้สึกดี มักจะมองไปยังที่เฟซบุ๊ก และมีการทำให้ประวัติและรูปของตนเองดูดีตลอดเวลา” “เฟซบุ๊กนี่แหละทำให้คนมีแนวโน้ม “หลงตัวเอง” คือมักจะหาโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากเฟซบุ๊กเพื่อให้ได้รับผลการตอบรับตามที่ตนเองต้องการและเป็นจุดสนใจ”

ดร.คาร์เพนเทอร์ ได้อธิบายว่า ผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กเพื่อ “โปรโมต” หรือช่วยให้ตนเองโด่งดังขึ้นบนเว็บ มักจะมีอาการและพฤติกรรมสองลักษณะ คือ ลักษณะแรก ประเภทชอบโอ้อวด หรือภาษาวิชาการ เรียก จีอี (GE) หรือ Grandiose Exhibition ซึ่งหมายถึงคนที่โชว์โอ้อวดเพื่อต้องการให้ตนเองเป็นจุดสนใจ อีกลักษณะหนึ่งคือประเภทกระหายชื่อเสียงหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใส่ตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้คนยอมรับนับถือว่าตนเองเป็นเช่นนั้น หรือภาษาวิชาการเรียก อีอี (EE) Entitlement/ Exploitative

ทั้งสองอาการดังกล่าว ดร.คาร์เพนเทอร์ เรียกว่า “คนหลงตัวเอง” หรือ Narcissists

ในงานวิจัยยังไม่มีการระบุเส้นแบ่งให้ชัดเจนเลยว่าจะต้องมีเพื่อนมากสักกี่คนขึ้นไปหรือมีการเข้าเฟซบุ๊กไปปรับปรุงข้อมูลหรือรูปตัวเองสักกี่ครั้งต่อวัน ต่อเดือน จึงจะเรียกได้ว่า “คนหลงตัวเอง”

แต่คงจะสังเกตได้จากข้อความที่เขียนมากกว่าเช่น ใช้คำว่า “ผม” ทำโน่น ทำนี่ในเว็บจำนวนมาก

งานวิจัยเรื่องคนหลงตัวเองในเฟซบุ๊กนี้เคยทำเมื่อปี ค.ศ. 2010 มาแล้ว โดยมหาวิทยาลัยยอร์ค ประเทศคานาดา โดยได้ศึกษาว่าผู้หญิงและผู้ชายชอบ “โปรโมต” ตนเองต่างกันเช่นไรในเฟซบุ๊ก

ซึ่งสรุปได้ว่า ผู้ชายชอบคุยโอ้อวดเรื่องตนเอง ในขณะที่ผู้หญิงมักจะใช้รูปภาพที่มีลักษณะแต่งรูปร่างหน้าตาหวือหวาและอวดองค์ทรงเครื่อง

ท่านผู้อ่านพิจารณาแล้วงานวิจัยชิ้นนี้เป็นเช่นไร ผมว่าอาการหลงตนเองมักจะมีในเกือบทุกคนแหละ แต่จะมากขนาดไหนถึงจะเรียกว่า “หลงตัวเอง” จนเกิดเสียหายได้นั้นให้คำจำกัดความได้ยากหน่อย ผู้นำประเทศยักษ์ใหญ่หลายคนก็เข้าข่ายอาการคล้าย ๆ แบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้.

 

< Previous   Next >