Home arrow News arrow 'หมอเสริฐ' ออกโรง เตือนภัยไข้หวัดนก พบติดจากคนสู่คน รายแรกที่สองแคว
'หมอเสริฐ' ออกโรง เตือนภัยไข้หวัดนก พบติดจากคนสู่คน รายแรกที่สองแคว Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 23 สิงหาคม 2007
        แล้วสิ่งที่นักวิชาการกลัวกันว่า เชื้อไวรัสเอช 5 เอ็น 1 ที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดนก แต่เดิมติดจากสัตว์ปีกสู่คนจะกลายพันธุ์ทำให้เชื้อสามารถติดจากคนสู่คนได้ ก็กลับมาเขย่าขวัญพลโลกอีกครั้ง โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า ที่สำนักงานแพทยสมาคมแห่งประเทศ ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีการสัมมาวิชาการโรคไข้หวัด ใหญ่ ปี 2550 เรื่อง “ไข้หวัดใหญ่ เรื่องใหญ่กว่าที่คิด” โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การระบาดของโรคไข้หวัดนก เป็นสัญญาณเตือนภัยของการเกิดการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้จัดระดับขั้นตอนการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ไว้ 5 ขั้นตอน คือ การระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ คือ 1. เอช 5 เอ็น 1 2. การระบาดจากสัตว์มาสู่คน 3. มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มในการติดต่อจากคนสู่คน 4. ไวรัสมีการกลายพันธุ์ต่อจากคนสู่คนเป็นวงกว้าง และ 5. เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่รุนแรงทั่วโลก ซึ่งขณะนี้สถานการณ์การระบาดอยู่ในขั้นตอนที่ 2-3 ซึ่งหน่วยงาน ประชาชน สามารถเตรียมการป้องกันล่วงหน้าได้


ศ.นพ.ประเสริฐกล่าวว่า หลายคนอาจคิดว่าโรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่รักษาง่าย เป็นโรคพื้นๆ จึงให้ความสำคัญน้อย ขณะที่ทั่วโลกตื่นกลัวกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ที่อาจอุบัติขึ้นในโลกจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไข้หวัดนก แม้ว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจะยังไม่พบผู้ป่วยแม้แต่รายเดียว โดยประเทศไทยปลอดโรคไข้หวัดนกมาเป็นเวลา 1 ปี 1 เดือนแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากการควบคุมที่ได้ผล ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ฯลฯ แต่ก็นับว่าเป็นช่วงที่อันตรายมากที่คนจะเริ่มไม่สนใจ จนลืมให้ความสำคัญ ขณะที่เชื้อไข้หวัดนกยังคงพัฒนาการ กลายพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าวอีกว่า ในปีนี้มีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นไก่ เป็ด หรือนกปากห่าง ที่ปกติสามารถตรวจหาเชื้อจากซากจะพบไข้หวัดนกเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่น่าแปลกใจ คือพบการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในนกกระจิบ นกกระจอก และนกกะติ๊ดขี้หมู ในเมืองมากขึ้น การป้องกันคือประชาชนทั่วไปต้องระมัดระวังและหมั่นสังเกต หากพบสัตว์ปีกตายเป็นจำนวนมากผิดสังเกต ไม่ควรสัมผัสซากโดยตรง ควรสวมถุงมือป้องกัน และไม่ควรทิ้งซากในที่สาธารณะโดยเฉพาะแหล่งน้ำ เพราะจะยิ่งทำให้การแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น

“ขณะนี้เรายังไม่ทราบถึงวงจรการเกิดโรคไข้หวัดนกที่ครบทั้งกระบวนการในธรรมชาติ จึงไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้พบว่ามีการกลายพันธุ์ของเชื้อ เอช 5 เอ็น 1 ในระดับไม่รุนแรงมาก โดยประเทศไทยมีผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อจากคนสู่ คนแล้ว 1 ราย ที่ จ.พิษณุโลก แต่ยังเป็นการแพร่เชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย และเวียดนาม มีการแพร่เชื้อจากคนสู่คน ในกลุ่มเล็กๆแล้ว ส่วนการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นของเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 3 มีการกลายพันธุ์ เล็กน้อย ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ อาการไข้หวัดใหญ่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต โดยมีจำนวนผิดปกติจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวน 578 ราย เสียชีวิต 12 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงจนเสียชีวิต” ศ.นพ.ประเสริฐกล่าว

ศ.นพ.ประเสริฐยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของการพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกยังไม่มีประเทศใดทำสำเร็จคงอยู่ในระยะการทดลองในคนเท่านั้น กรมควบคุมโรคและมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ จะร่วมกันจัดสัมมนา เรื่องไข้หวัดใหญ่ให้กับ แพทย์ บุคลากรสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ทราบถึงสถานการณ์ความก้าวหน้า ทางด้านวิชาการ การวินิจฉัย การรักษาพยาบาล การป้องกัน ควบคุมโรคไข้หวัดนก และการจัดเตรียมแผนรับมือการระบาดใหญ่ ของโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อบรรเทาความรุนแรงของโรคโดยจะมีการจัดสัมมนาในจุดต่างๆทั่วประเทศ ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ด้าน นพ.กิตติ กิตติอำพล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้ว 7,194 ราย เป็นผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ สายพันธุ์เอช 3 จำนวน 578 ราย เสียชีวิต 12 ราย และสายพันธุ์เอช 1 จำนวน 34 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดบี จำนวน 6 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยภาคใต้มีผู้ป่วยมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคกลาง เหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ โดยสำนักพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ และอินเตอร์เนชั่นแนล อีเมอร์จิ้ง อินเฟคชั่น โปรแกรม (Internation Emerging InFection Program) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ได้ประมาณต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ของการเจ็บ ป่วยไข้หวัดใหญ่ว่าจะมีความสูญเสียขั้นต่ำ 900-2,400 ล้านบาท และหากเกิดการแพร่ระบาดใหญ่จะสูญเสียเพิ่มเป็น 5,000-46,000 ล้านบาท

รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวด้วยว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีโรคระบาดจากสัตว์สู่คนมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เชื้อโรคไข้หวัดมีความรุนแรงมากหากติดต่อจากคนสู่คนได้ จากลูกไก่ก็จะกลายเป็นพญาอินทรี สธ.จึงผลักดันให้รัฐบาลทำยุทธศาสตร์ควบคุมโรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่ง ครม.อนุมัติแล้ว และทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) อยู่ระหว่างการร่างแผนการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี คือปี 2551-2553 โดย มีกระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นเจ้าภาพหลัก และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
< Previous   Next >