Home arrow News arrow ชาวเวียดนามเป็นวัณโรคปีละ 2 แสน สูงติดอันดับโลก
ชาวเวียดนามเป็นวัณโรคปีละ 2 แสน สูงติดอันดับโลก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
เสาร์, 17 มีนาคม 2012

แพทย์กำลังตรวจอาการของผู้ป่วยทีบีรายหนึ่งที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลฟัมหง็อกแถ็ก (Pham Ngoc Thach) นครโฮจิมินห์ ตัวเลขที่เปิดเผยในสัปดาห์นี้ก็คือ ทุกๆ ปีจะมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ราว 200,000 คน ทำให้เวียดนามติดอันดับโลกบรรดาประเทศที่มีผู้ป้วยด้วยโรคนี้มากที่สุด สื่อของทางการรายงาน. -- ภาพ: เตื่อยแจ๋.
ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- ในแต่ละปีโรงพยาบาลแห่งต่างๆ ทั่วประเทศ จะรับชาวเวียดนามป่วยเป็นวัณโรครายใหม่เข้ารับการรักษาถึง 2 แสนราย ซึ่งถ้าหากไม่สามารถควบคุมให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ราว 40% ของประชากรก็จะติดเชื้อบักเตรีโรคร้ายชนิดนี้ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนระหว่างการประชุมสัมมนาในนครโฮจิมินห์

นพ.ดีงหง็อกสี (Dinh Ngoc Sy) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรคปอดแห่งชาติ ซึ่งเป็นประธานโครงการป้องกันและควบคุมวัณโรคแห่งชาติ กล่าวว่า ในปัจจุบันเวียดนามอยู่ในอันดับ 12 จาก 22 ประเทศทั่วโลกที่มีคนป่วยด้วยโรคนี้มากที่สุด และ อันดับ 14 ใน 27 ประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคดื้อยามากที่สุด

นายแพทย์ผู้นี้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ระหว่างการประชุมสัมมนาเนื่องในเดือนแห่งปฏิบัติการต่อต้านวัณโรคแห่งชาติและวันวัณโรคสากล (National Anti-TB Action Month and World Tuberculosis Day) วันที่ 24 มี.ค.นี้ หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋รายงาน

“เมื่อสำรวจจำนวนผู้ป่วยวัณโรคในแถบเอเชีย เวียดนามเป็นรองจากจีน ฟิลิปปินส์ กับ กัมพูชาเท่านั้น แต่ละปีในเวียดนามจะมีผู้ป่วยรายใหม่ๆ ราว 200,000 คน และมีเกือบ 30,000 คน เสียชีวิต” เตื่อยแจ๋อ้างคำพูดของนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนเดียวกัน

เชื้อวัณโรคติดต่อทางอากาศได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่ง ก็คือ 5-6% ของผู้ป่วยราว 300,000 คนทั่วประเทศ ยังติดเชื้อเอชไอวีเอดส์อีกด้วย อีก 2.7% เป็นผู้ป่วยดื้อยา ในขณะที่ปัญหาสำคัญของการป้องกันรักษา ก็คือ เจ้าหน้าที่ในงานป้องกันแต่ต่อต้านมีเพียง 50% ที่ผ่านการฝึกอบรมมาโดยตรง นอกนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่และยังไม่ได้ผ่านการอบรมแม้กระทั่งในระดับพื้นฐาน

วัณโรคส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ปอด แต่ก็เกิดกับอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ รวมทั้งในทางเดินปัสสาวะ ศูนย์รวมประสาทกลาง กระดูก หรือข้อต่อต่างๆ อวัยวะในช่องท้องหรือกระทั่งตามแขนขา และ ถ้าหากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาโรคร้ายนี้จะแพร่ลามสู่ชุมชนต่างๆ อย่างรวดเร็ว นพ.หง็อกสี กล่าว

ผู้ที่มีอาการน้ำหนักลด ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร มีอาการไข้อยู่บ่อยๆ ไอต่อเนื่อง หรือเหงื่อตกในยามค่ำคืน ควรรีบไปพบหมอ

“วัณโรคเป็นโรคติดต่อที่สามารถควบคุมได้อย่างสิ้นเชิงหากเข้าใจธรรมชาติของมัน ตลอดจนวิธีการป้องกันรักษาอย่างถูกต้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องลงมือตั้งแต่บัดนี้” หนังสือพิมพ์ของสันนิบาติเยาวชนคอมมิวนิสต์โฮจิมินห์อ้างคำพูดของ นพ.หง็อกสี

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 มีนาคม 2555 
< Previous   Next >