Home arrow News arrow เตือนพ่อแม่ระวัง "เชื้อเอ็นทีเอชไอ" ทำลูกเสี่ยงหูพิการ!
เตือนพ่อแม่ระวัง "เชื้อเอ็นทีเอชไอ" ทำลูกเสี่ยงหูพิการ! Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 03 พฤศจิกายน 2011
       ณ เวลานี้ หลาย ๆ บ้านยังคงให้ความสำคัญและเกาะติดสถานการณ์น้ำที่สร้างปัญหาเรื้อรัง และค่อย ๆ เพิ่มระดับมากขึ้นในบางเขตพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่นอกจากเรื่อง "น้องน้ำ" แล้ว สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นกันก็คือ "เชื้อเอ็นทีเอชไอ" เพราะเป็นต้นเหตุสำคัญของการติดเชื้อรุนแรงในหูชั้นกลาง และอาจทำให้เด็กสูญเสียความสามารถในการได้ยิน หรือเสียชีวิตได้เลยทีเดียว!

     เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผศ.นพ.โอฬาร พรหมาลิขิต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในฐานะกรรมการจัดงานประชุม วิชาการนานาชาติกุมารเวชศาสตร์เขตร้อน ครั้งที่ 9 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเผยผลการสำรวจผลกระทบของการติดเชื้อรุนแรงของหูชั้นกลางในเด็กทั่วโลกว่า การติดเชื้อรุนแรงของหูชั้นกลาง เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กเล็กทั่วโลก และมีผลกระทบต่อพ่อแม่เด็กทั่วโลกด้วย

"กว่า 80% ของเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ขวบต้องเป็นโรคนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็จะกลายเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อของโรคหูน้ำหนวกมีผลต่อการได้ยินและเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการเรียนรู้ต่ำกว่าเด็กทั่วไป" ผศ.นพ.โอฬารเผย

ด้าน ผศ.พญ.นันทิการ์ สันสุวรรณ แพทย์โสต ศอ นาสิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ในประเทศไทยว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่ยังมองข้ามอันตรายของโรคนี้ เพราะเข้าใจผิดว่าแค่เด็กเจ็บหู ประกอบกับโรคหูชั้นกลางอักเสบมักมาพร้อมกับโรคหวัด โดยเฉพาะในช่วงฝนตกบ่อยๆ หรืออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย พ่อแม่และกุมารแพทย์มักมุ่งไปที่การรักษาอาการไข้หวัด และมองว่าอาการเจ็บหูเป็นเพียงอาการข้างเคียง และเมื่อเด็กหายจากโรคหวัดแล้ว พ่อแม่ก็มักลืมติดตามรักษาโรคหูอักเสบของเด็ก

"การติดเชื้อในหูชั้นกลางเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย แต่หากเกิดจากแบคทีเรียจะมีความรุนแรงมากกว่าเชื้อไวรัส เนื่องจากเชื้อมีอัตราการดื้อยาสูง และเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อในหูชั้นกลางจากเชื้อแบคทีเรียมากกว่า เช่น เชื้อเอ็นทีเอชไอ เป็นต้น เพราะเชื้อดังกล่าวจะอาศัยอยู่ในโพรงจมูก และเยื่อบุลำคอ โดยเชื้อนี้มีความชุกในโพรงจมูกของเด็กเล็กสูงกว่าผู้ใหญ่" ผศ.พญ.นันทิการ์กล่าวและเสริมว่า

"เชื้อเอ็นทีเอชไอ" (NTHi : Non-typeable Haemophilus influenzae) สามารถแพร่กระจายจากจมูก และลำคอผ่าน "ท่อยูสเตเชี่ยน" ซึ่งเป็นท่อเล็กๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างช่องคอและหูชั้นกลาง และก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในหูชั้นกลาง มีอาการบวมแดง มีน้ำและมีหนองในเยื่อแก้วหู เป็นต้น ทำให้เด็กเล็กหูอื้อ ปวดหู ซึ่งจะมีอาการคล้ายๆ อาการแทรกซ้อนของโรคไข้หวัด ดังนั้นพ่อแม่หลายคนละเลยและมองข้ามอาการของการติดเชื้อในหูชั้นกลาง อีกทั้งเด็กเล็กยังไม่สามารถอธิบายอาการได้ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรสังเกตลูกน้อยใกล้ชิด หากเด็กไม่ดูดนม งอแงมากกว่าปกติ เอามือกุมหู หรือจับหูบ่อยๆ ให้สงสัยไว้ก่อน และให้รีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจต่อไป

เป็นเรื่องที่พ่อแม่จะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป เพราะหากรู้ไม่เท่าทัน และปล่อยให้ปัญหานี้รุนแรงถึงขั้นประสาทหูเสื่อมลง อาจทำให้ลูกเป็นโรคหูหนวกไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติ และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้สูง เช่น ใบหน้าเป็นอัมพาต เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง และติดเชื้อรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 พฤศจิกายน 2554 

< Previous   Next >