Home arrow News arrow รมว.สธ.ยืนยันจะไม่ให้เกิดปัญหายารักษาโรคขาดแคลนในท้องตลาดและในโรงพยาบาลทุกแห่ง
รมว.สธ.ยืนยันจะไม่ให้เกิดปัญหายารักษาโรคขาดแคลนในท้องตลาดและในโรงพยาบาลทุกแห่ง Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 01 พฤศจิกายน 2011
 รพ.ศิริราชเตรียมเสริมแนวคันกันน้ำในระดับ 4 ม.รทก. พร้อมทั้งย้ายผู้ป่วยที่พักในชั้นพื้นดินไปยังหอผู้ป่วยที่สูงกว่า เพื่อความปลอดภัย

ศ.คลินิก นพ. ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ชี้แจงสถานการณ์จากภาวะน้ำท่วมว่า ในขณะนี้ภายใน รพ.ศิริราชยังมีการเสริมแนวคันกั้นน้ำโดยรอบในระดับความสูง 3.5 ม.รทก.แล้ว และได้วางแผนรองรับหากระดับน้ำสูงเพิ่มมากกว่านี้ จะเสริมแนวคันกันน้ำในระดับ 4 ม.รทก. นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
      

   
       วันนี้ (31 ต.ค.) นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในภาวะที่มีน้ำท่วมกทม.และปริมณฑล ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจของประเทศ มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตยาและเวชภัณฑ์ได้รับผลกระทบมากกว่า 10 แห่ง ผลิตยาที่ขึ้นทะเบียนกว่า 393 ตำรับ สธ.ได้ป้องกันปัญหาการขาดแคลนยาที่จำเป็นในการรักษาทั้งในท้องตลาดและในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในรายการบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งโรงพยาบาลทุกแห่งต้องใช้เหมือนกันทั่วประเทศ และในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง มีความจำเป็นต้องใช้ยาเวชภัณฑ์บางรายการใช้ในการรักษาโรคเพิ่มสูงขึ้น เช่นยาปฏิชีวนะ ได้สั่งการให้ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และนพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดหายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้เพียงพอ ประชุมผู้ผลิตยา และผู้ประกอบการเพื่อหารือ การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานยาในประเทศไทย หากมีความจำเป็นให้ อภ.เป็นผู้นำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนยาของผู้ป่วย

นายวิทยา กล่าวต่อว่า ได้รับรายงานว่าสถานการณ์ยาในประเทศ ยังไม่มีปัญหาขาดแคลนแต่อย่างใดและโรงงานที่ถูกน้ำท่วมมีสต็อกยาเก็บไว้ชั้นบน สามารถนำมาใช้ได้ทันที อย่างไรก็ตาม ผู้รับอนุญาตผลิตยาที่โรงงานได้รับความเสียหายจากอุทกภัย กระทรวงสาธารณสุขได้นำข้อเสนอจากากรประชุมผู้ประกอบการ ซึ่งได้ข้อสรุปมาตรการจัดหายาเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้นใน 3 ประเด็นดังนี้ 1.ว่าจ้างผู้ผลิตยารายอื่นทดแทนเป็นการชั่วคราว จนกว่าโรงงานจะกลับมาผลิตได้อีกครั้ง โดยตำรับยาที่จะผลิตนั้นต้องมีสูตร ฉลาก เอกสารกำกับยา ขนาดบรรจุ เอกสารการควบคุมคุณภาพและรายละเอียดอื่นๆ เหมือนกับทะเบียนกำกับยาที่ผลิตเดิม แต่ให้ผ่อนผันการส่งข้อมูลการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการผลิต และการศึกษาความคงสภาพยาภายหลัง

2.การนำเข้ายาบางรายการโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้ว่าจ้างโรงงานผลิตยาให้ แต่โรงงงานดังกล่าวถูกน้ำท่วม เสียหาย โดยประสงค์ที่จะนำเข้ายาจากต่างประเทศมาทดแทนยาที่ผลิต ให้ขอความร่วมมือจาก อภ.เป็นผู้นำสั่งยาเพื่อทดแทนในรายการที่ผลิตไม่ได้ 3.การจัดส่งยา ให้ อย.ขอความร่วมมือจาก บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เข้ามาร่วมในการจัดส่งและกระจายยาไปยังพื้นที่เป้าหมายทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ สธ.จะได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในขณะนี้ด้วย โดยจะนำข้อเสนอที่กล่าวมาเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ตุลาคม 2554 

Last Updated ( อังคาร, 01 พฤศจิกายน 2011 )
< Previous   Next >