Home arrow News arrow สำนักระบาดยันปีนี้ยังไม่พบ “โรคคอตีบ” ระบาด
สำนักระบาดยันปีนี้ยังไม่พบ “โรคคอตีบ” ระบาด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 18 ตุลาคม 2011
ผอ.สำนักระบาด ยันปี 54 ยังไม่พบคอตีบระบาด ส่วนกรณีกระบือตายที่ สุรินทร์ เป็นโรคคอบวม ชี้ไม่ติดต่อสู่คน

จากกรณีที่ อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ มีการพบกระบือป่วยตาย 3 ตัว และล้มป่วยอีกนับ 100 ตัว จนทำให้ชาวบ้านสงสัยว่าเป็นโรคคอตีบระบาด ทำให้เกิดการหวาดผวาในหมู่บ้านเกรงว่าจะเกิดโรคระบาดมาสู่คนนั้น

 ล่าสุด นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักงานระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นความเข้าใจผิด เพราะจากการที่นักวิชาการในพื้นที่สำรวจมานั้น พบว่า กระบือที่ป่วยและตายเป็นเพราะโรคคอบวม ซึ่งเป็นโรคที่เกิดในโค กระบือ โดยมีเชื้ออยู่ในลำคออยู่แล้ว ถ้าร่างกายสัตว์ดังกล่าวอ่อนแอเชื้อโรคก็จะทำให้เกิดอาการของโรคขึ้น โดยเป็นเชื้อแบคทีเรียซึ่งหากเข้าสู่ร่างกายสัตว์เลี้ยงก็จะมีอาการไข้สูง คอจะเจ็บ และบวม บริเวณคอจะร้อน ไม่เคี้ยวเอื้อง การของคอจะบวมทั้งหลอดลม ลิ้น ทำให้สัตว์หายใจไม่ออกและจะเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งโรคนี้มีอาการคล้ายคอตีบก็จริง แต่ไม่ใช่โรคที่เกิดในคน และไม่สามารถถ่ายทอดสู่คนได้

แต่หากพื้นที่มีการระบาด ควรมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ให้รับทราบจะได้ดำเนินการทำลายซาก อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการป้องกันที่ดีแม้จะยังไม่พบการถ่ายทอดสู่คนก็ตาม แต่ก็ไม่ควรนำมารับประทาน แต่กรณีที่ จ.สุรินทร์ นั้นเป็นการเข้าใจผิดอย่างชัดเจน

นพ.ภาสกร กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับสถานการณ์โรคคอตีบในปี 2554 นั้น ยังไม่พบการระบาด ขณะที่ปี 2553 พบระบาดในพื้นที่ จ.ปัตตานี แค่ 20 ราย ซึ่งถือว่าไม่ร้ายแรงแต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกเกินไป เนื่องจากปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน การควบคุมและเฝ้าระวังจึงสามารถทำได้ง่าย แต่ยืนยันว่า โรคคอตีบและโรคคอบวมเป็นกรณีที่ต่างกันมาก เพราะคอตีบจะพบอยู่ในคนเท่านั้นโดยจะพบอยู่ในจมูกหรือลำคอของผู้ป่วย หรือผู้ติดเชื้อ โดยไม่มีอาการ (carrier) ติดต่อกันได้ง่ายโดยการได้รับเชื้อโดยตรงจากการไอ จามรดกัน หรือพูดคุยกันในระยะใกล้ชิด เชื้อจะเข้าสู่ผู้สัมผัสทางปาก หรือทางการหายใจ บางครั้งอาจติดต่อกันได้โดยการใช้ภาชนะร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อน หรือการดูดอมของเล่นร่วมกันในเด็กเล็ก ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญในชุมชน ส่วนใหญ่จะพบผู้ป่วยโรคคอตีบในชุมชนแออัด

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2554 

< Previous   Next >