Home arrow News arrow สสจ.กาญจน์แนะวิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก
สสจ.กาญจน์แนะวิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
เสาร์, 01 ตุลาคม 2011
กาญจนบุรี - สสจ.กาญจนบุรี แนะวิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองเด็กทารกและเด็กเล็ก ผู้ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือโรงเรียนอนุบาล

วันนี้ (29 ก.ย.54) นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot and Mouth Disease) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสลำไส้ หรือเอนเทอไวรัสหลายชนิด พบได้บ่อยในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะในสถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล สถานที่เล่นของเด็กในห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะในที่อยู่รวมกันอย่างแออัด จะมีโอกาสเกิดการระบาดได้

  โรคนี้เกิดประปรายตลอดปี แต่จะเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีอากาศเย็นและชื้น การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง หรือเชื้ออาจติดมากับมือ ผ่านของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือน้ำในตุ่มพองจากแผลของผู้ป่วยตามมือและเท้า หรืออุจจาระของผู้ป่วย รวมทั้งเกิดจากการไอจามรดกัน โดยหายใจเอาเชื้อที่แพร่กระจายจากละอองฝอยของผู้ป่วย

อาการป่วยจะพบหลังจากได้รับเชื้อ 3-6 วัน เริ่มด้วยการมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 1 - 2 วัน มีอาการเจ็บปาก กลืนน้ำลายไม่ได้และไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ผื่นนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใส บริเวณรอบๆ อักเสบและแดง เมื่อตุ่มแตกจะเป็นแผล แผลหลุมตื้น และจะพบผื่นหรือตุ่มที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนใดๆ

แต่ป้องกันได้โดยการรักษาสุขอนามัย โดยทั่วไปอาการป่วยจะไม่รุนแรงนัก อาการมักทุเลาและหายได้เองภายใน 7 - 10 วัน ตามปกติโรคมักไม่รุนแรงและไม่มีอาการแทรกซ้อน แต่เชื้อไวรัสบางชนิดเป็นเชื้อที่มีความรุนแรงซึ่งพบได้น้อยคือ เอ็นเทอโรไวรัส 71 อาจ ทำให้มีอาการรุนแรงได้ จึงควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบมีไข้สูง ซึม ไม่ยอมทานอาหารหรืออิ่มน้ำ อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง ชัก ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกิดภาวะสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

นพ.ไพศาล กล่าวต่อว่า วิธีการป้องกันโรคง่ายๆ โดยรักษาสุขอนามัยและความสะอาด ผู้ปกครองควรแนะนำผู้เลี้ยงดูเด็กให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ก่อนและ หลังเตรียมอาหาร และภายหลังการขับถ่ายหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม ควรตัดเล็บให้สั้น หลีก เลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ขวดนม แก้วน้ำ หลอดดูด ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดมือ เป็นต้น

นอกจากนี้ สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาลควรจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูก สุขลักษณะ รวมทั้งหมั่นดูและรักษาสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาด อยู่เสมอ รวมถึงการกำจัดอุจจาระเด็กให้ถูกต้องด้วย เมื่อพบเด็กป่วยต้องรีบแยกเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังเด็กคนอื่นๆ ควรแนะนำให้ผู้ปกครองพาเด็กไปพบแพทย์และหยุดรักษาตัวที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ

ขณะที่เด็กป่วยหรือมีผู้ป่วยไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่แออัด เช่น สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ตลาด และห้างสรรพสินค้า ควรอยู่ในที่มีการระบายถ่ายเทอากาศได้ดี ใช้ผ้าปิดจมูกเวลาไอจาม ผู้ เลี้ยงดูเด็กต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระเด็กป่วย หากสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียน มีเด็กป่วยจำนวนมากอาจจำเป็นต้องปิดสถานที่ชั่วคราว นาน 1-2 สัปดาห์ เพื่อทำความสะอาดสถานที่และพ่นยาฆ่าเชื้อโรคต่อไป

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กันยายน 2554

< Previous   Next >