Home arrow News arrow เตือน"โรคมือเท้า-ปาก"
เตือน"โรคมือเท้า-ปาก" Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 24 สิงหาคม 2011

โรคมือเท้า-ปากเด็กปีนี้รุนแรง"สธ."เตือนพ่อแม่-โรงเรียนดูแลใกล้ชิด ชี้แค่ 8 เดือนป่วยแล้ว 7,238 คน ดับสังเวย 2 ศพ

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงสุขภาพเด็ก เนื่องจากในช่วงฤดูฝน จะทำให้เด็กเจ็บป่วยง่ายเช่นโรคไข้เลือดออก และยังมีโรคมือเท้า ในปีนี้ได้รับรายงานว่าโรคมือเท้า-ปากในเด็ก มีแนวโน้มจะป่วยมากขึ้น จึงขอให้ผู้ปกครองดูแลสุขภาพเด็กเล็กให้ใกล้ชิดเป็นพิเศษ พร้อมกับสั่งการให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรค ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ให้ความสำคัญกับโรคนี้ด้วย

ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า โรคมือเท้า-ปากเปื่อยมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส กลุ่มเอนเทอโรเป็นโรคที่พบได้ทุกปีพบได้ทั่วโลก เชื้อนี้จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระของผู้ติดเชื้อ หรือน้ำในตุ่มพุพองหรือแผลของผู้ป่วย โรคนี้ติดต่อกันโดยการกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อที่ติดมากับมือ ส่วนใหญ่มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และอาการไม่รุนแรงส่วนใหญ่พักฟื้นที่บ้านอาการจะหายได้เอง อย่างไรก็ตามในบางปีจะพบเชื้อที่รุนแรง ทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ จากการติดตามสถานการณ์โรคมือเท้า-ปากในประเทศไทยในปี 54 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–10 ส.ค. พบผู้ป่วยทั่วประเทศ จำนวน 7,238 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยเริ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่พ.ค.ที่ผ่านมา ในการป้องกันเฝ้าระวังโรคดังกล่าว สธ.ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร ที่ดูแลศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนประถมศึกษา และสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มแข็ง เมื่อพบผู้ป่วย ให้รีบดำเนินการสอบสวนโรคทันที เพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้โรคแพร่ระบาดสู่เด็กรายอื่น

นพ.ไพจิตร์ระบุอีกว่า หากพบว่าเป็นเชื้อโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรง คือเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอนเทอโร 71 ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ ขอให้เพิ่ม 4 มาตรการเข้มข้น คือ 1.แจ้งให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง เฝ้าระวังผู้ป่วยในพื้นที่เป็นพิเศษ และประเมินสถานการณ์รายวัน 2.เร่งให้ความรู้ประชาชน และเร่งรัดมาตรการสุขาภิบาลในสถานเลี้ยงเด็ก ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนประถมทุกแห่ง ศูนย์การค้าที่มีเครื่องเล่น โดยให้มีการทำความสะอาดพื้น ของเล่นเด็ก ห้องน้ำ ห้องส้วม อุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหารและแก้วน้ำ 3.หากพบผู้ป่วยรายแรกในพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาด เช่นสถานเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล ให้รีบสอบสวนและควบคุมโรค พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ

4.กำชับแพทย์ในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนระมัดระวังภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรค เช่น ปอดบวมน้ำในเด็กเล็กด้วย กรณีนี้หากพบมีเด็กป่วยในชั้นเรียนมากกว่า 2 ราย ให้ปิดชั้นเรียนหรือหากมีการระบาดของโรคให้ปิดโรงเรียนเป็นเวลา 5 วัน จากนั้นให้ทำความสะอาดโรงเรียน รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์รับประทานอาหาร ของเล่นเด็ก ห้องน้ำ สระว่ายน้ำด้วย นอกจากนี้หากพบเด็กที่มีอาการไข้ ไอ หรือมีอาการป่วยคล้ายโรคมือ เท้า ปาก ให้รีบพาไปพบแพทย์ และหยุดเรียนอยู่กับบ้าน งดเล่นกับเด็กอื่นในชุมชนอย่างน้อย 1 สัปดาห์

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก หลังติดเชื้อ 3-5 วัน จะมีอาการไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหารร่วมด้วย จากนั้น 1-2 วันจะมีน้ำมูก เจ็บปาก เจ็บคอ ไม่ยอมดูดนม ไม่อยากกินอาหาร เด็กเล็กอาจร้องงอแง เมื่อตรวจดูในปากจะพบจุดนูนแดง ๆ หรือมีน้ำใสอยู่ข้างใต้ขึ้นตามเยื่อบุปาก ลิ้นและเหงือก ต่อมาจะแตกกลายเป็นแผลตื้น ๆ เจ็บมาก ในเวลาไล่เลี่ยกันจะมีผื่นขึ้นที่มือและเท้า บางคนขึ้นในฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือแก้มก้น และกลายเป็นตุ่มน้ำเล็ก ๆ ตามมา ส่วนใหญ่มักไม่คันไม่เจ็บ อาการไข้มักเป็นอยู่ 3-4 วันก็ทุเลาไปเอง ส่วนแผลในปากมักจะหายได้เองภายใน 7 วัน และตุ่มน้ำที่มือและเท้าจะหายได้เองภายใน 10 วัน ในรายที่เป็นรุนแรง อาจมีอาการปวดศีรษะมาก อาเจียนรุนแรง ซึม ไม่ค่อยรู้ตัว ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือหายใจหอบเหนื่อย.

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม 2554

< Previous   Next >