Home arrow News arrow สสจ.ลำปาง เตือนชาวบ้านอย่าตื่น-ยัน 4 ผู้ป่วยหูดับตายมีโรคอื่นด้วย
สสจ.ลำปาง เตือนชาวบ้านอย่าตื่น-ยัน 4 ผู้ป่วยหูดับตายมีโรคอื่นด้วย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
เสาร์, 13 สิงหาคม 2011
ลำปาง - สสจ.ลำปาง เตือนอย่าตื่นตกใจกับเรื่องที่มีผู้ป่วยเสียชีวิต 4 รายจากโรคดับ ยันไม่ใช่โรคติดต่อและอันตราย แถมเรื่องเกิดแล้วและไม่เคยเจออีกเลย

วันนี้ (11 ส.ค.54)นายแพทย์ศิริชัย ภัทรนุธาพร นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดลำปาง เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่าชาวลำปางเสียชีวิต 4 ราย ด้วยโรคเสต็รปโตคอกคัส อีไคว หรือ โรคหูดับ ซึ่งก็สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนที่ได้รับทราบข่าวดังกล่าวปละมีคนสนใจสอบถามจำนวนมาก

  นายแพทย์สาธารณะสุข กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น มีมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 54 ซึ่งมีผู้ป่วย 10 ราย อยู่ในเขตเมือง ประมาณ 7 ราย อีก 3 ราย อยู่ในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ แม่ทะ และ ห้างฉัตร ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดมีโรคแทรกซ้อนและเป็นผู้สูงอายุ ป่วยด้วยอาการปวดข้อหัวเข่า แต่เนื่องจาก 4 ราย มารักษาตัวช้าและมีโรคปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพอง หอบหืด จึงเสียชีวิต ทางโรงพยาบาลจึงนำเชื้อไปตรวจ ก็พบว่า มีเชื้อสเตรปโตรคอกคัส ซูอิส อีไควด้วย

โดยอาการป่วยดังกล่าวยังไม่เคยมีใครป่วยด้วยโรคนี้ จึงได้ทำการค้นหาว่าโรคดังกล่าวเป็นแบบไหนจึงได้พบว่า เชื้อเสต็รปโตรคอกคัส อีไคว อันเป็นเชื้อที่มีอยู่แล้วปกติโดยเฉพาะในสัตว์กีบ อาทิ วัว ควาย หมู แต่ครั้งนี้พบมาอยู่ในเนื้อหมูดิบ และผู้ป่วยทั้งหมด 10 รายรับประทานเข้าไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นก็ไม่พบอีกเลย ทำให้เชื่อได้ว่า เชื้อจะมาจากเนื้อก้อนเดียวกันหรือมาจากสัตว์ตัวเดียวกันที่กระจายจำหน่ายออกไปเท่านั้น ซึ่งเชื้อโรคดังกล่าวไม่ใช่โรคที่จะติดต่อเฉียบพลันแต่อย่างใด

ดังนั้น จึงอยากฝากถึงประชาชนทั่วไปว่าอย่าได้ตื่นตระหนกตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น หากแต่ต้อง ระมัดระวัง ซึ่งวิธีการป้องกันที่ดีที่สุกคือกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลาง ทุกครั้ง อย่ากินอาหารที่สุกๆ ดิบๆ หากไม่แน่ใจว่าแหล่งที่มาปลอดภัยจริง ก็จะสามารถป้องกันโรคดังกล่าวได้แล้ว

ทั้งนี้ เชื้อสเต็รปโตคอกคัส อีไคว พบได้ยากแต่เมื่อร่างกายได้รับเชื้อก็จะทำให้เกิดมีอาการอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด ไตวายเฉียบพลัน ข้ออักเสบปวดปวมติดเชื้อเฉียบพลัน และหากผู้ที่ได้รับเชื้อมีอายุมากและมีโรคประจำตัว ก็จะทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 3 วัน

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 สิงหาคม 2554 

< Previous   Next >