Home arrow News arrow เมื่อลูกไม่ยอม "กินยา" พูดอย่างไรให้ได้ผล
เมื่อลูกไม่ยอม "กินยา" พูดอย่างไรให้ได้ผล Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 05 พฤษภาคม 2011
       พูดได้เลยว่า นอกจากเด็กไม่ถูกกับผักแล้ว เด็กจำนวนไม่น้อยยังไม่ถูกกับการทานยาอีกด้วย เห็นได้จากคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่าน เกิดอาการหนักใจเมื่อพบว่าลูกป่วยแต่ไม่ยอมทานยา หรือบางคนมีโรคประจำตัว และต้องรับประทายยาเป็นประจำ กว่าจะเรียกให้ทานยาได้ ทำเอาหมดแรง หมดเสียงไปตาม ๆ กัน
ปัญหาข้างต้น เชื่อว่า หลาย ๆ บ้านเคยเอามือกุมขมับกันมาบ้างแล้ว วันนี้ ทีมงาน Life & Family มีโอกาสได้พูดคุยกับ พญ.สุธิรา ริ้วเหลือง จิตแพทย์เด็ก และวัยรุ่น โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยคุณหมอท่านนี้ กล่าวถึงสาเหตุที่เด็กส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบรับประทานยาว่า ด้วยรสชาติ หรือรูปแบบการทานของยาบางชนิด เป็นเรื่องทรมานสำหรับเด็กมาก เช่น มีรสชาติขม หรือการทานยาในลักษณะอื่น ๆ นอกจากการกิน อาทิ การ พ่น หรือการเป่า (ที่มีเสียง และควันพ่นออกมาฟังดูน่ากลัว) ทำให้เด็กกลัวจนเกิดทัศนคติไม่ดีต่อการรับประทานยาก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังรวมถึงท่าทีของคุณพ่อคุณแม่ในการป้อนยาลูกด้วย หากไม่สนุก หรือไม่มีการให้กำลังใจ เด็กกับยาอาจมีช่องว่างห่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะการพูดเชิญชวนเมื่อถึงเวลาทานยาของลูก เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีจิตวิทยาในการพูดที่ดี และไม่ทำร้ายจิตใจเด็ก

ดังนั้น หากลูกบ้านไหนไม่ยอมทานยา โดยเฉพาะลูกวัยอนุบาล และวัยประถม คุณหมอท่านนี้ได้สรุปแนวทางง่าย ๆ ไว้ดังต่อไปนี้

- ในกรณีที่ลูกไม่ชอบการทานยา พ่อแม่ควรเข้าไปพูดคุยกับลูกว่า เขารู้สึกอย่างไรกับการรับประทานยา เช่น รู้สึกไม่พอใจ ไม่คิดว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติที่ทำให้จำเป็นต้องรับประทานยา หรือรู้สึกอายเพื่อน เป็นต้น

- พูดคุยให้ลูกรู้ว่า เขาจะได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการรับประทานยาบ้าง ซึ่งพ่อแม่ไม่ควรโกหกลูก โดยหลอกเด็กว่าเป็นวิตามินบ้าง หรือพูดเกินจริงบ้าง เช่น "ยามีรสชาติหวาน อร่อยเหมือนขนมเลยนะลูก ไม่เชื่อลองทานดูสิ" เมื่อเด็กทานแล้วพบว่าตรงข้ามกับรสชาติที่คุณพ่อคุณแม่พูด เด็กจะเข็ดกับการทานยาในครั้งต่อ ๆ ไปได้

ดังนั้น วิธีที่เหมาะสม ควรพูดคุยกับเด็กตรง ๆ (แต่อาจชี้แจงไม่หมดในเรื่องที่น่ากลัว) ว่า พ่อแม่ต้องการให้เขารับประทานยาเพื่ออะไร โดยเน้นประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากการรับประทานยา ซึ่งการพูดตรง ๆ ในที่นี้ต้องตรงในแง่บวก ไม่ใช่ตรงในแง่ลบ เช่น "หนูจำเป็นต้องรับประทานยานี้ เพราะยาตัวนี้จะช่วยให้หนูแข็งแรง และกลับมาวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ได้เหมือนเดิม" เป็นต้น

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://i.ehow.com

- สร้างบรรยากาศในการรับประทานยาให้สนุก ไม่ใช้วิธีขู่บังคับหากลูกไม่ยอมทานยา เช่น ขู่ว่าจะกรอกปากถ้ายังไม่กิน คำพูดในลักษณะนี้ จะทำให้เด็กทานยาด้วยความเครียด และกลัว แต่วิธีที่ควรทำคือ ค่อย ๆ เกริ่นนำด้วยเสียงสดใสเมื่อถึงเวลาทานยา เช่น "ได้เวลาทานยาแล้วจ้าลูก" หากเป็นลูกเล็กอาจพาลูกมานั่งตักคุณพ่อหรือคุณแม่เพื่อสร้างความอุ่นใจ จากนั้นค่อย ๆ ให้ลูกทานยาทีละนิด ๆ ซึ่งบางบ้านอาจมีการเล่าเรื่องประกอบด้วยก็ได้ เพื่อให้การรับประทานยาเป็นไปอย่างสนุก และไม่น่าเบื่อ

- หากลูกยังร้อง และไม่ยอมทานยา สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องควบคุมให้ได้คืออารมณ์ เพราะไม่เช่นนั้นอาจเกิดสงครามทางอารมณ์กับลูกได้ หลังจากที่ควบคุมได้แล้ว ค่อย ๆ ป้อนยาลูก ซึ่งทานได้น้อยดีกว่าไม่ได้ทานเลย (ซึ่งบางครั้งอาจมีการอาเจียนด้วยซึ่งก็ต้องทำใจนะครับ เพราะเกิดขึ้นแน่นอน)

สำหรับเด็กที่เป็นโรคเรื้อรัง และต้องทานยาเป็นประจำตามเวลาที่กำหนด คุณพ่อคุณแม่ต้องพูดอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไมถึงต้องทานยา ประโยชน์ที่ได้รับจากการยามีอะไรบ้าง เพื่อให้เด็กเห็นภาพ และเข้าใจเหตุผล และความจำเป็นในการรับประทานยาได้ดีขึ้น ตลอดจนเมื่อลูกมีร่างกายแข็งแรงก็บอกว่าเป็นเพราะหนูน่ารัก ทานยาตรงเวลา ร่างกายจึงแข็งแรง เช่น "หนูจำเป็นต้องรับ ประทานยานี้ เพราะยาตัวนี้จะช่วยให้หนูแข็งแรง มีพลัง และกลับมาวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนได้เร็วขึ้น" เป็นต้น

ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะครับ ทีมงานเชื่อว่าจะเป็นแนวทางให้เด็กกับการรับประทานยาเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น หากผู้อ่านท่านใดเคยเจอปัญหาในการป้อนยาลูก แล้วมีเทคนิค หรือวิธีในการป้อนยาที่ได้ผล เข้ามาบอกเล่ากันได้ ทีมงานยินดีน้อมรับด้วยความขอบคุณมากครับ

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤษภาคม 2554 

 

< Previous   Next >