|
หญิงไทยหวั่นมะเร็งคุกคาม แห่ฉีดวัคซีนป้อง กันมะเร็งปากมดลูกกันเสี่ยง "เอ็มเอสดี" ยิ้มร่ารับลูกค้าเพียบ ขณะที่ค่ายยายักษ์จากยุโรป "แกล็กโซสมิทไคล์น" ตั้งท่าลุย รอเพียง อย.ไฟเขียว
หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติให้จำหน่ายวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกตัวแรกของประเทศไทย และถือเป็นประเทศที่ 71 ของโลกที่ใช้วัคซีนโดยวัคซีนดังกล่าวเป็นการนำเข้ามาทำตลาดโดยบริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด และเริ่มมีให้บริการตามโรงพยาบาลต่างๆ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัคซีนนี้ใช้แบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อทั้งหมด 3 เข็ม สำหรับมีอายุระหว่าง 9-26 ปี คือ หลังจากฉีดเข็มแรกแล้วเว้นระยะอีก 2 เดือน จึงฉีดเข็มที่ 2 และอีก 6 เดือน จึงฉีดเข็มสุดท้าย วัคซีนชนิดนี้สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 5 ปี แหล่งข่าวจากวงการยา เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้วัคซีนดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้หญิงไทยเป็นจำนวนมาก โดยนอกจากจะมีการสอบถามข้อมูลไปยังแหล่งต่างๆ ขณะเดียวกัน ในแง่ของผู้ให้บริการ อย่างยิ่งโรงพยายาลเอกชนก็มีการสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องมะเร็งปากมดลูก และมีการจัดแคมเปญ ฉีดวัคซีนปากมดลูกในราคาพิเศษ เป็นระยะๆ ด้วย แหล่งข่าวรายนี้ยังกล่าวด้วยว่า ความตื่นตัวที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งมีวัคซีนไม่พอกับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการโรงพยาบาลกล่าวในเรื่องนี้ว่า กระแสความตื่นตัวดังกล่าวส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่คนไทยเริ่มมีการศึกษาข้อมูลต่างๆ มากขึ้น และที่สำคัญคนเริ่มรับรู้ว่ามะเร็งปากมดลูกนั้นเป็นโรคที่ทำให้ผู้หญิงไทยเสียชีวิตมาก โดยจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข (สธ) ระบุว่า ปัจจุบันผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นปีละกว่า 6,000 ราย และในจำนวนนี้เสียชีวิตปีละกว่า 3,000 ราย ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งในผู้หญิง แหล่งข่าวรายนี้ยังกล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันบริษัทเจ้าของวัคซีนเองก็มีการจัดกิจกรรมต่างๆ มาสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องมะเร็งปากมดลูกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด หรือในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนเองช่วงนี้ก็มีการนำเสนอบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้แทบทุกแห่ง โดยหากคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่และบางแห่งก็จะมีแคมเปญออกมารองรับด้วย ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำให้ผู้หญิงไทยตื่นตัวและเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมาก โดยเฉพาะคนที่มีฐานะทางการเงินที่พอจะซัพพอร์ตตรงนี้ได้ เพราะราคาโดยเฉลี่ยต่อเข็มที่โรงพยาบาลเอกชนจะคิดอยู่ที่ประมาณ 4,500-5,400 บาท/เข็ม ถือว่าคุ้มค่ามากกับการที่จะรอให้เป็นแล้วมารักษา ซึ่งตรงนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว "อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้โรงพยาบาลเอกชนหลายๆ แห่งก็เริ่มมีการปรับลดราคาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกลงมาบ้างแล้ว จากเดิมที่คิดราคาประมาณ 4,500 บาท/เข็ม ก็ลดลงมาเหลือเพียง 4,000 บาท/เข็ม" รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ) ระบุว่า สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า ฮิวแมน แพบพิลโลมา หรือเอชพีวีซึ่งจะติดด้วยการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงการเป็นมะเร็งปากมดลูกที่สำคัญ ได้แก่ การมีคู่นอนหลายคน เปลี่ยนคู่นอนบ่อย มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การสูบบุหรี่ มีประวัติเคยติดเชื่อซิฟิลิส หนองใน เริม ส่วนผู้ชายที่มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง ได้แก่ ผู้ที่เป็นมะเร็งในอวัยวะเพศ ผู้ชายที่เคยมีภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูก ผู้ชายที่เคยเป็นโรคกามโรครวมทั้งผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน และมีประสบการณ์ทางเพศตั้งแต่อายุยังน้อย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในการป้องกันนั้น สธ ได้จัดโครงการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก เป็นบริการฟรี คือตรวจหาเซลล์มะเร็งด้วยวิธีที่เรียกว่า แป็บสเมียร์ ขณะนี้ดำเนินการทั่วประเทศ เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมีประมาณ 10 ล้านคน นอกจากนี้จากการคาดการณ์ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข คาดว่าในปี 2551 จะมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 8,000 คน ผู้คร่ำหวอดในวงการยาและเวชภัณฑ์รายหนึ่ง กล่าวว่า ที่ผ่านมา นอกจากบริษัทเอ็มเอสดีแล้ว ที่ผ่านมาบริษัทแกล็กโซสมิทไคล์น ซึ่งมีฐานอยู่ในยุโรปก็สามารถคิดค้นวัคซีนป้องกันมะเร็งได้ และมีวัคซีนชนิดนี้จำหน่ายในหลายๆ ประเทศในยุโรป ก็ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทยด้วยเช่นกัน "เป็นที่รับทราบของคนในวงการว่าวัคซีนของแกล็กโซสมิทไคล์นนั้น จะใช้ฉีดป้องกันสำหรับผู้ที่มีอายุ 10-55 ปี และจะต้องฉีด 3 เข็มเหมือนกับวัคซีนของเอ็มเอสดี หากวัคซีนของแกล็กโซสมิทไคล์นได้รับการอนุมัติจาก อย.ก็คาดว่าราคาต่อเข็มไม่น่าจะต่างกัน" ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" เกี่ยวกับเรื่องนี้เพียงสั้นๆ ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และคาดว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติในเร็วๆ นี้ ที่มา ประชาติธุรกิจ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3916 |