Home arrow News arrow เตือน! หลังน้ำลด ฉี่หนูอาจระบาดภาคใต้ หลังตายแล้ว 5 ราย
เตือน! หลังน้ำลด ฉี่หนูอาจระบาดภาคใต้ หลังตายแล้ว 5 ราย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 11 เมษายน 2011
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์8 เมษายน 2554 12:31 น.
กรมควบคุมโรคเตือนประชาชนภาคใต้ ระวังโรคฉี่หนูระบาดหลังน้ำลด พบ 3 เดือนแรกตายแล้ว 5 ราย ป่วยกว่า 347 ราย แนะล้างเท้าหลังย่ำน้ำ-ผู้มีแผลไม่ควรสัมผัสน้ำท่วมขัง หากจำเป็นควรปิดแผลให้สนิทและสวมรองเท้าบู๊ท
       
       วันนี้ (8 เมษายน) นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้บางจังหวัดในภาคใต้น้ำเริ่มลดลงบางแล้ว แต่หลังน้ำลดประชาชนอาจพบกับปัญหาโรคเลปโตสไปโรซิสหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าโรคฉี่หนู สามารถพบการระบาดภายในประเทศทุกปี และมักจะพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นมากในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย โดยจะพบในช่วงน้ำเริ่มลดหลังการเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม
จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคฉี่หนูของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2554 พบผู้ป่วยโรคฉี่หนู 347 ราย เสียชีวิตแล้ว 5 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากร สูงสุด 5 อันดับแรก คือ จังหวัดระนอง พังงา พัทลุง เลย และจังหวัดน่าน ส่วนภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคใต้ 1.27 ต่อแสนประชากร สิ่งที่เป็นสัญญาณว่าหลังน้ำท่วมอาจจะมีโรคนี้มากขึ้น เนื่องจากน้ำที่ขังเฉอะแฉะในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดและมีหนูชุกชุมจะมีปริมาณของเชื้อโรคฉี่หนูสูง เมื่อประชาชนย่ำน้ำดังกล่าว แล้วไม่ทำความสะอาดเท้า หรือเกิดบาดแผลเชื้อโรคจะเข้าตามผิวหนัง และป่วยเป็นโรคฉี่หนู โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างรุนแรง 8 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพร สงขลา กระบี่ และจังหวัดพังงา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอัตราป่วยโรคฉี่หนูสูงอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดการระบาดสูงมาก จึงขอให้ประชาชนต้องรู้จักป้องกันการสัมผัสกับน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อ เช่น หลีกเลี่ยงการย่ำน้ำเป็นเวลานานและควรล้างเท้าหลังย่ำน้ำ หรือหากจำเป็นควรใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย ได้แก่ ถุงมือยาง รองเท้าบู๊ต ป้องกันการสัมผัสน้ำสกปรก
       
       โดยผู้ป่วยโรคฉี่หนูจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณน่อง และมีอาการตาแดง หากสงสัยว่าป่วยด้วยโรคนี้ ขอให้รีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที เพื่อให้การดูแลรักษาโดยเร็ว โรคนี้รักษาหายได้ โดยเฉพาะถ้าได้รับการรักษาเมื่อมีอาการระยะแรกและไม่มีภาวะแทรกซ้อน พร้อมทั้งแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่ามีการย่ำน้ำลุยโคลนที่มีน้ำขัง
       
       “นอกจากนี้ บริเวณที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน การสุขาภิบาลที่ไม่ดี อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ได้ง่าย เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคไข้เลือดออก หรือโรคที่มากับอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด เป็นต้น รวมทั้งอันตรายจากสัตว์มีพิษต่างๆ ที่เข้ามาอาศัยในบ้านได้ ส่วนปัญหาที่สำคัญหลังน้ำท่วม คือ เรื่องขยะมูลฝอย สิ่งขับถ่าย เศษพืช สิ่งปฏิกูล นอกจากเป็นแหล่งอาหารของหนูแล้วยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน การควบคุมแมลงวันพาหะนำโรคประชาชนสามารถทำได้ด้วยตนเองโดย การควบคุมด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การกำจัดและลดแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน โดยเก็บขยะเปียกใส่ถุงรัดปากถุงให้มิดชิด แล้วนำไปทำลายโดยการฝังกลบ อย่าปล่อยให้ขยะหมักหมมโดยเฉพาะที่ก้นถัง ส่วนมูลสัตว์ควรกำจัดโดยการ ฝังกลบ หรือเกลี่ยกระจายให้แห้ง ดูแลความสะอาดของอาคารสถานที่ อีกประการหนึ่ง ในภาวะน้ำขังอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ขอให้ประชาชนร่วมมือกันขุดลอกท่อระบายน้ำ หรือแหล่งน้ำขังอื่นๆ ที่จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และหากมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮ็อตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง และศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทรศัพท์ 0-2590-3333” นายแพทย์มานิตกล่าว

< Previous   Next >