Home arrow News arrow สคร.7 เตือนระวังเด็ก-คนชราหน้าร้อนป่วยอุจจาระร่วงมากที่สุดในประเทศ
สคร.7 เตือนระวังเด็ก-คนชราหน้าร้อนป่วยอุจจาระร่วงมากที่สุดในประเทศ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 05 เมษายน 2011
   อุบลราชธานี-สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 เตือนชาวอีสานใต้ที่มีเด็ก คนชราในความดูแล ระวังโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันหน้าร้อน หลังพบสถิติมีผู้ป่วยมากเป็นอันดับต้นของประเทศ แนะล้างมือก่อนปรุงอาหาร หรือรับประทานอาหาร ทำอาหารสุกใหม่ ไม่ซื้อน้ำดื่มและอาหารที่ไม่สะอาดมารับประทาน ด้านสสจ.อุบลฯชี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเกือบ 2,000 ราย

   นายแพทย์ศรายุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงฤดูร้อนที่มีอากาศแห้งแล้ง ทำให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตและการแพร่ระบาดของเชื้อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง หรือโรคติดต่อทางอาหารและน้ำดื่ม อาทิ โรคอาหารเป็นพิษ โรคอหิวาตกโรค โรคบิด และโรคไทฟอยด์

จากการสถิติการเฝ้าระวังโรคติดต่อปี 2553 ในกลุ่ม 7 จังหวัดของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 พบว่าแนวโน้มของโรคในช่วง 10 ปี ระหว่าง พ.ศ.2544-2553 อัตราป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสูงที่สุดในระดับประเทศตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันมากที่สุดคือ จ.อำนาจเจริญ รองลงมาได้แก่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.นครพนม

ส่วนกลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงที่สุดได้แก่ กลุ่มอายุต่ำกว่า 5 ปี รองลงมาได้แก่ กลุ่มอายุมากกว่า 65 ปี และ 55-64 ปี ตามลำดับ

ในระหว่างวันที่ 4-8 เม.ย.นี้ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็นสัปดาห์รณรงค์ป้องกันโรคอุจจาระร่วง จึงขอเตือนประชาชนที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กอยู่ในปกครอง ให้ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง ทำอาหารให้สุกใหม่อยู่ตลอดเวลา ก่อนปรุงอาหาร หรือให้นมเด็ก ต้องล้างมือให้สะอาด ไม่ซื้ออาหารหรือน้ำดื่มที่ดูไม่สะอาด เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคอุจจาระร่วง

ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ระบุถึงโรคระบบทางเดินหายใจตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-22 ก.พ.2554 พบผู้ป่วยโรคปอดบวมทั้งสิ้น 947 ราย คิดเป็นอัตราการป่วย 52.50 ต่อแสนประชากร ส่วนโรคไข้หวัดใหญ่พบผู้ป่วย 220 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 12.20 ต่อแสนประชากร และโรคไข้ไม่ทราบสาเหตุ มีผู้ป่วย 812 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 45.02 ต่อแสนประชากร อย่างไรก็ตามยังไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคทั้ง 3 ชนิดนี้แต่อย่างใด

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 เมษายน 2554 

< Previous   Next >