Home arrow News arrow บุตรสาว “สรเพชร” มีโอกาสรอดหากพ้นระยะวิกฤต ชี้ผู้ป่วยพยาธิหอยโข่งทั้งโลกอยู่ในเมืองไทยถึง 48%
บุตรสาว “สรเพชร” มีโอกาสรอดหากพ้นระยะวิกฤต ชี้ผู้ป่วยพยาธิหอยโข่งทั้งโลกอยู่ในเมืองไทยถึง 48% Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 29 มีนาคม 2011
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - คณแพทยศาสตร ม.ขอนแก่น แถลงรักษาอาหารป่วยน้องออย ลูกสาว “สรเพชร” เต็มความสามารถ ยันอาการป่วยยังอยู่ในระยะวิกฤต ชี้ หากประคองจนผ่านพ้นได้ มีโอกาสหายป่วย เผย “โรคพยาธิหอยโข่ง” หรือเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองอักเสบ มีผู้ป่วยทั้งโลก 2,800 ราย พบอยู่ในไทยถึง 48% ด้านสถิติการรักษาผู้ป่วยเฉลี่ย 300 คน/ปี กว่า 80% เป็นชาวอีสาน เหตุพฤติกรรมผู้ป่วยมักรับประทานปลาและหอยน้ำจืดดิบที่มีพยาธิ

  หลังจากที่ นางสาวพรรณิภา จันดา หรือ น้องออย วัย 24 ปี บุตรสาวของ นายสมอ จันดา หรือสรเพชร ภิญโญ อดีตนักร้องแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน เจ้าของบทเพลงหนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ ที่ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองอักเสบ หรือโรคพยาธิหอยโข่ง ได้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.มาตั้งแต่ 17 ก.พ.2554 จนถึงขณะนี้ น้องออย อาการยังไม่ดีขึ้น ยังคงเป็นเจ้าหญิงนิทรา ซึ่งข่าวนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนมาก

ล่าสุด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดแถลงข่าวเรื่อง “เยื่อหุ้มสมองอักเสบ” นำโดย ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วยทีมแพทย์ที่รักษาอาการป่วยน้องออย เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเยื่อหุ้มสมอง และเนื้อสมองอักเสบ สาเหตุของการเกิดโรค ตลอดจนการป้องกัน ซึ่งมี นายสมอ จันดา มาร่วมฟังการแถลงข่าว ณ ห้องประชุมหนองแวง สำนักงานคณบดี ชั้น 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ฝ่ายบริการผู้ป่วยนอก ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า การเจ็บป่วยของ น.ส.พรรณิภา บุตรสาวของสรเพชร ภิญโญ มีอาการปวดศีรษะรุนแรงติดต่อกันนานกว่า 3 สัปดาห์ เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.นั้น จากการตรวจวินิจฉัยโรค พบว่า เป็นโรคเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองอักเสบ

หลังรักษาตัว อาการผู้ป่วยทรุดลง แพทย์ได้ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบความผิดปกติกับภาวะสมองขาดเลือดมาเลี้ยงระยะแรก จึงตรวจน้ำไขสันหลังซ้ำ จนมีการวินิจฉัยแยกโรคใหม่ขึ้น คือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อวัณโรค แพทย์จึงให้การรักษาด้วยยาต้านวัณโรค แต่อาการไม่ดีขึ้นไม่ตอบสนองต่อคำสั่ง หรือเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ก้านสมองยังทำงานอยู่

ทีมแพทย์ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดรักษา ระบายน้ำจากโพรงสมอง แต่อาการผู้ป่วยยังคงที่ ซึ่งอาการของผู้ป่วย ณ ขณะนี้ ถือว่าอยู่ในระยะวิกฤต โดยทีมแพทย์จะประคับประครองรักษาอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่น่ายินดี คือ น้องออย อายุยังน้อย สุขภาพร่างกายแข็งแรง หากสามารถประคับประคองรักษาอาการป่วยให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้ และหวังว่า ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สมองจะค่อยๆ พัฒนาขึ้น ผู้ป่วยอาจหายจากอาการเจ็บป่วยนี้ได้

ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น เปิดเผยว่า อาการของผู้ป่วยเกิดจากโรคเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบจากพยาธิ เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตัวกลม แองจิโอสตรองจิลัส แคนโทเนนซิส ผู้ป่วยจะมีอาการของเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ เมื่อตรวจน้ำไขสันหลังจะพบเม็ดเลือดขาวสูง และเป็นชนิดอีโอซิโนฟิล เป็นโรคที่พบได้บ่อยในทวีปเอเชีย และกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งประเทศไทยพบมากในภาคอีสาน

ผู้ป่วยมีประวัติกินหอยโข่ง หอยทาก ปลาน้ำจืด กุ้งน้ำจืด ตัวตะกวด รวมทั้งผักดิบที่มีตัวอ่อนพยาธิปนเปื้อน ทั้งนี้ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.มีเครื่องมือ เทคโนโลยี และบุคลากรการแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการรักษาโรคเขตร้อนติดอันดับต้นของโลก ซึ่งการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองอักเสบ เป็นวิธีดีที่สุด ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ผักควรล้างให้สะอาด

สำหรับโรคเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองอักเสบ พบป่วยมากในประเทศเขตร้อน เกิดจากพยาธิตัวกลมแองจิโอสตรองจิลัส แคนโทรแนนสิส ผู้ป่วยจะมีอาการอักเสบของสมองและเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงบริเวณหน้าผากและขมับทั้งสอง มีอาการคอและหลังแข็ง ร่วมกับมีอาการมีไข้ที่เป็นๆ หายๆ คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการอัมพาตของแขนขา ความรุนแรงขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพที่เกิดและจำนวนพยาธิที่ผู้ป่วยได้รับ รายที่ป่วยไม่มาก ผู้ป่วยจะค่อยๆดีขึ้นและหายในที่สุด ในระยะที่รุนแรงอาจเสียชีวิตได้

จากรายงานทางการแพทย์ได้รวบรวมผู้ป่วยจากทั่วโลกจำนวน 2,800 ราย พบเป็นผู้ป่วยจากประเทศไทยประมาณ 1,380 ราย หรือร้อยละ 48 ที่ผ่านมา การรักษาผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองอักเสบในประเทศไทย สามารถรักษาผู้ป่วยได้ตามโรงพยาบาลชุมชนในระดับจังหวัด อาการไม่รุนแรงสามารถรักษาให้หายได้ โดยเฉลี่ยมีผู้ป่วยเข้ารักษาประมาณ 300 คน/ปี ส่วนใหญ่เป็นชาวอีสานกว่าร้อยละ 80 ซึ่งจังหวัดเลยพบผู้ป่วยมากที่สุด

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มีนาคม 2554 

< Previous   Next >