Home arrow News arrow เอเชียผวา'รังสี'นิวเคลียร์ญี่ปุ่น ตุนซื้อ'ไอโอดีน'จนขาดตลาด
เอเชียผวา'รังสี'นิวเคลียร์ญี่ปุ่น ตุนซื้อ'ไอโอดีน'จนขาดตลาด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 16 มีนาคม 2011
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 มีนาคม 2554 23:31 น.
      เอเจนซี/เอเอฟพี - วิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นที่วันอังคาร(15)ทำท่าลุกลามบานปลายขึ้นทุกที กำลังทำให้ผู้คนในเอเชียเกิดความหวั่นผวา พวกผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าวัสดุนิวเคลียร์ที่ปลิวมาทางอากาศ อาจจะปนเปื้อนอาหารและแหล่งน้ำ โดยที่เด็กๆและทารกในครรภ์มีความเสี่ยงสูงสุดที่อาจจะเกิดโรคมะเร็ง ขณะเดียวกันความหวาดวิตกยังทำให้เกิดกระแสหาซื้อยาเม็ดไอโอดีนกันอย่างตื่นตระหนก จนกระทั่งราคาซื้อขายทางออนไลน์ทะยานลิบลิ่ว
       
       พวกผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การสัมผัสกับวัสดุกัมมันตรังสี มีความเสี่ยงวสูงที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ รวมทั้งทำให้ทารกในครรภ์เกิดความผิดปกติ ตลอดจนอาจทำให้หญิงมีครรภ์แท้งลูก และทำให้ผู้ใหญ่กลายเป็นหมัน โดยที่ยิ่งสัมผัสกับรังสีสูงขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งมีอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
แต่พวกเขาก็ชี้ว่า จำเป็นที่จะต้องวัดระดับของกัมมันตรังสีให้ได้ถูกต้องแม่นยำ ไม่ว่าจะที่มีอยู่ในญี่ปุ่น และที่ฟุ้งกระจายมาถึงภูมิภาคแถบนี้ จึงจะสามารถประมาณการความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน
       
       “การระเบิดที่เกิดขึ้น(ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น) อาจทำให้ประชาชนสัมผัสกับกัมมันตรังสีในระยะยาว ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง โดยอาจจะเป็นได้ทั้งมะเร็งต่อมไทรอยด์, มะเร็งกระดูก, และมะเร็งเม็ดเลือด เด็กๆ และทารกในครรภ์เป็นกลุ่มที่เสี่ยงมากเป็นพิเศษ” หลัม ชิงวัน นักพยาธิวิทยาด้านเคมี แห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าว
       
       พวกผู้เชี่ยวชาญชี้ด้วยว่า วันดุนิวเคลียร์นั้นสามารถที่จะติดไปกับละอองน้ำเม็ดจิ๋วๆ ในอากาศ ต่อจากนั้นมันอาจจะถูกคนหายใจเข้าไปในปอดโดยตรง หรือถูกฝนตกพาลงมาในทะเลและอยู่ตามพื้นดิน ซึ่งในที่สุดก็อาจปนเปื้อนพืชพรรณธัญญาหาร, ชีวิตสัตว์น้ำ, และกระทั่งน้ำดื่ม รวมทั้งน้ำนมวัวด้วย ถ้าหากวัวกินหญ้าที่สัมผัสกับกัมมันตรังสี
       
       ลี ทินแล็ป นักวิชาการด้านพิษวิทยา และรองศาสตราจารย์แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง บอกว่า ทะเลรอบๆ ญี่ปุ่นก็เป็นจุดที่ควรจะต้องวัดระดับรังสีด้วย
       
       ความวิตกเช่นนี้ทำให้หลายประเทศและดินแดนในเอเชีย เช่น สิงคโปร์, ไต้หวัน, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, และไทย เริ่มติดตามตรวจตราผลิตภัณฑ์อาหารที่นำเข้าจากญี่ปุ่น เพื่อวัดระดับกัมมันตรังสี
       
       ในอีกด้านหนึ่ง ประชาชนในหลายชาติเอเชียตลอดจนแถบฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ กำลังเกิดความแตกตื่นวิ่งหาซื้อยาเม็ดไอโอดีน ด้วยความเชื่อว่ามันจะสามารถแก้พิษกัมมันตรังสีได้ ถึงแม้พวกผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะออกมาเตือนว่าไม่ควรตระหนกตกใจจนขาดเหตุผล อีกทั้งยาเหล่านี้ก็จะต้องใช้ในขอบเขตจำกัด
       
       บริษัทในสหรัฐฯหลายรายที่ขายโปแตสเซียม ไอโอไดด์ อันเป็นยาป้องกันการเจ็บป่วยจากการสัมผัสรังสี ต่างขายยาชนิดนี้จนดหมดสต็อกไปตามๆ กัน และทำให้มันมีราคาสูงขึ้นลิบลิ่ว
       
       ใน อีเบย์ เว็บไซต์ประมูลสินค้าชื่อดัง ยาเม็ดชนิดนี้กล่องเล็กขนาดบรรจุ 14 เม็ด สามารถได้ราคาประมูลสูงถึงกล่องละ 540 ดอลลาร์ ขณะที่ในทวิตเตอร์ ตลอดจนกระดานแชทต่างๆ มีการพูดเตือนภัยถึงพิษร้ายจากการแผ่รังสีอย่างกว้างขวางเป็นตุเป็นตุ จนกระทั่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ต้องระบุว่าเพจทางทวีตเตอร์ของตนว่า “ปรึกษาแพทย์ของคุณก่อนกินยาเม็ดไอโอดีน อย่าได้สั่งจ่ายยานี้ให้ตัวเอง”
       
       ยาที่มีส่วนผสมของไอโอดีน อย่างเช่น โปแตสเซียมไอโอไดด์ เป็นเกลือที่ใช้ทำให้ต่อมไทรอยด์อิ่มตัว เพื่อสกัดไม่ให้รับไอโอดีนที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสี โดยที่ไอโอดีนปนเปื้อนนี้คือสารอย่างหนึ่งที่อาจรั่วไหลจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ
       
       อย่างไรก็ตาม WHO ชี้ว่า ยาเม็ดไอโอดีน “ไม่ใช่ยาแก้พิษกัมมันตรังสี” และไม่ได้ป้องกันสารกัมมันตรังสีตัวอื่นๆ ดังเช่น ซีเซียม นอกจากนั้นยาเหล่านี้ยังอาจเป็นภัยต่อสุขภาพของบางคน เช่น สตรีมีครรภ์

< Previous   Next >