Home arrow News arrow สธ.เผยวัยรุ่นติดกามโรคพุ่งขึ้นเกือบ2 เท่าตัวชี้เป็นสัญญาณเตือนเอดส์กลับมา
สธ.เผยวัยรุ่นติดกามโรคพุ่งขึ้นเกือบ2 เท่าตัวชี้เป็นสัญญาณเตือนเอดส์กลับมา Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 15 กุมภาพันธ์ 2011
       กระทรวงสาธารณสุขเผยกามโรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวในรอบ 5 ปี ในปี 2552 ป่วยกว่า 20,000 ราย พบสูงสุดในกลุ่มอายุ 15-24 ปี โดยติดมาจากแฟน คู่รัก หรือคู่นอนฉาบฉวย โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ทำให้เสี่ยง 2 เด้ง ทั้งติดโรคและตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ที่น่าห่วง เป็นสัญญาณบ่งชี้การระบาดโรคเอดส์ระลอกใหม่กำลังเริ่มขึ้น เร่งขยายศูนย์บริการที่เป็นมิตรเพื่อให้ความรู้ ลดพฤติกรรมเสี่ยง สร้างพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย และสนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัยให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์
    วันนี้ (14 ก.rพ) นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วยนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรคและคณะ เปิดงาน “วัยใส ใช้ความคิด เคารพสิทธิ์ ร่วมรับผิดชอบ” ที่เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กทม. จัดโดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรณรงค์สร้างกระแสให้สังคมตื่นตัวในการร่วมมือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ในวันวาเลนไทน์

ภาพประกอบข่าวจากอินเทอร์เน็ต
       นางพรรณสิริ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ล่าสุดในปี 2552 พบผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือที่เรียกว่ากามโรคทั่วประเทศ 23,622 ราย ซึ่งไม่รวมผู้ป่วยกามโรคที่ซื้อยากินเองหรือไปรับการรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชน โรคที่พบมากคือหนองใน จำนวน 7,188 ราย รองลงมา หนองในเทียม ซิฟิลิส ฝีมะม่วง และแผลริมอ่อน โดยกลุ่มอายุ 15-24 ปี มีอัตราป่วยสูงสุด และแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน
       
       สาเหตุที่กลุ่มวัยรุ่นติดโรคมาก เกิดมาจากการมีเพศสัมพันธ์กับแฟน คู่รัก หรือคู่นอนฉาบฉวย การติดเพิ่มขึ้น 3.5 เท่าตัว ชี้ให้เห็นว่าวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงทั้งติดโรคและตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ การติดเชื้อดังกล่าวสอดคล้องกับผลการศึกษาพฤติกรรมกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา ในปี 2552 พบว่าอายุเฉลี่ยการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 13 ปี และมีการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เพียงร้อยละ 51 ผลที่ตามมาพบว่าระหว่างปี 2544-2552 ยอดวัยรุ่นหญิงตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว จากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 40 และยังมีรายงานในช่วงพ.ศ. 2544-2550 พบเด็กหญิงอายุ 10 ปี ตั้งครรภ์ 60 คน และมีวัยรุ่นหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปีคลอดบุตร จำนวนมากถึง 55,648 คน
       
       นางพรรณสิริ กล่าวต่อว่า ในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มาตรการที่เน้นหนักมี 3 เรื่องหลักได้แก่ 1.การให้ความรู้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ เพื่อลดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ 2. ส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยในปีนี้กรมควบคุมโรค ได้จัดซื้อถุงยางอนามัย จำนวน 19.2 ล้านชิ้น กระจายไปยังสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศทุกระดับเพื่อแจกให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายฟรี และ 3.การร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดศูนย์บริการที่เป็นมิตรแก่เยาวชน วัยรุ่นโดยเฉพาะ จำนวน 250 แห่ง ใน 43 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ความรู้เรื่องเพศ ให้คำปรึกษาเช่นการวางแผนครอบครัว การป้องกันโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ บริการตรวจรักษาแก่เยาวชนในปี 2552-2553 ให้บริการเยาวชนแล้วกว่า 1 ล้านคน และวางแผนจะเปิดบริการให้ครอบคลุมในสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐ 76 จังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2554
       
       ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวว่า อัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นสัญญาณเตือนว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่น่าจะเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากเป็นโรคที่ติดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยเช่นเดียวกัน บ่งชี้ว่าการระบาดโรคเอดส์ระลอกใหม่กำลังเริ่มขึ้นในประเทศไทย หลังจากที่เคยประสบผลสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาด สัญญาณบ่งชี้ประเด็นแรกได้แก่ การติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในหญิงตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น 3.6 เท่าตัว จากร้อยละ 0.05 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 0.18 ในปี 2551 โดยพบสูงสุดในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุน้อย ประเด็นที่ 2 คือการติดเชื้อในกลุ่มทหารเกณฑ์ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มวัยรุ่นชาย สูงขึ้น 1.86 เท่าตัว จากร้อยละ 0.14 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 0.26 ในปี 2551 เช่นกัน และ3.ผู้ที่ติดเชื้อกามโรค จะมีเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีสูงกว่าคนทั่วไป 2-9 เท่าตัว .
       
       ทั้งนี้สถานการณ์โรคเอดส์ล่าสุดเมื่อ 31 ธันวาคม 2553 ประเทศไทยมีผู้ป่วยเอดส์ 372,202 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 98,589 ราย ร้อยละ 90 อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ อายุ 15-49 ปี ส่วนในกลุ่มวัยรุ่น 15-19 ปี เพศหญิงมีอัตราป่วยสูงกว่าเพศชาย 2 เท่าตัว สาเหตุการติดเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ร้อยละ 84
       
       สำหรับกิจกรรมรณรงค์ในวันนี้ ประกอบด้วยนิทรรศการให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ บริการให้คำปรึกษาเพื่อประเมินพฤติกรรมเสี่ยง บริการตรวจเลือดเพื่อค้นหาโรคซิฟิลิส การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน เฟย์ ฟาง แก้ว ซี-มัฑณาวี คีแนน Cloning Show ละครใบ้อารมณ์ดี เป็นต้น

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กุมภาพันธ์ 2554 
< Previous   Next >