Home arrow News arrow สธ. ตั้งศูนย์ปราบมาลาเรีย ชายแดนแถบแม่ฮ่องสอน
สธ. ตั้งศูนย์ปราบมาลาเรีย ชายแดนแถบแม่ฮ่องสอน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 12 กรกฎาคม 2007

 

        กระทรวงสาธารณสุข พบแรงงานต่างด้าวที่อยู่ติดชายแดนไทย-พม่าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ป่วยเป็นโรคมาลาเรียปีละเกือบ 2,000 ราย ตั้งศูนย์ปราบโรคในชุมชนในพื้นที่ห่างไกล เดินทางลำบาก 25 แห่ง มีกล้องจุลทรรศน์ตรวจวินิจฉัยเชื้อ และรักษาทันทีฟรีหากพบเชื้อ

       นายแพทย์มรกต กรเกษม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า เพื่อให้กำลังเจ้าหน้าที่ และเดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของพนักงานสุขภาพชุมชนชายแดน (พสชช.) ที่บ้านป่าไม้ลัน ตำบลปางมะผ้า และเยี่ยมการปฏิบัติงานของพนักงานมาลาเรีย โดยแจกมุ้งชุบน้ำยาเคมีให้ชาวบ้านทุกหลังคาเรือน ที่โรงเรียนบ้านปางคาม อำเภอปางมะผ้า จำนวน 100 หลัง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงก้นปล่องกัด
        นายแพทย์มรกต กล่าวว่า มาลาเรียเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังและมักพบบริเวณชนบท ป่าเขา โดยยุงจะชุกชุมมากในช่วงฤดูฝน สถานการณ์มาลาเรียทั่วประเทศในปี 2548 พบผู้ป่วยมาลาเรีย 27,381 ราย ปี 2549 พบผู้ป่วย 30,338 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยมาลาเรียกระจายอยู่ในบริเวณ 30 จังหวัดชายแดน 27,544 ราย คิดเป็นร้อยละ 91 มากที่สุดในจังหวัดที่อยู่ชายแดนไทย-พม่า รองลงมาคือ กัมพูชา โดยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปี 2549 พบผู้ป่วยโรคมาลาเรีย 2,411 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ซึ่งพบ 1,650 ราย มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศรองจากจังหวัดตาก ยะลา เนื่องจากไม่มีจุดผ่านแดนถาวร ชาวพม่าเดินทางเข้ามาได้สะดวก นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่องานควบคุมวัณโรค และโรคเอดส์มาก ซึ่งทั้ง 3 โรคนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจำนวนมากในประเทศที่ด้อยพัฒนาและประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประชากรด้อยโอกาสบริเวณชายแดน อาจมีผลกระทบต่อผลผลิตและความมั่นคงของโลกได้

        นายแพทย์มรกต กล่าวต่อไปว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดตั้งศูนย์มาลาเรียชุมชนในพื้นที่ที่มีไข้มาลาเรียชุกชุมทั้งหมด 25 แห่ง ในปี 2549 เพื่อตรวจรักษาโรคในหมู่บ้าน ซึ่งมีประชากรเกือบ 10,000 คนได้ทันที ฟรีทั้งหมด ศูนย์ดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่บริการชุบมุ้งด้วยสารเคมี ตรวจเชื้อทางกล้องจุลทรรศน์ หากพบเชื้อจะให้การรักษาทันที ไม่ต้องเดินทางรักษาไปโรงพยาบาล ตั้งเป้าลดอัตราป่วยมาลาเรียและอัตราตายไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายใน 5 ปี และให้ประชาชนในหมู่บ้านใช้มุ้งชุบสารเคมีได้ได้ร้อยละ 80 เป็นอย่างต่ำ

 

ที่สำ INN News 12 กรกฎาคม 2550 12:07:06 น.

< Previous   Next >