|
Page 1 of 2 FAQ of Nipah PDF Download
1. ค้างคาวในประเทศไทย มีกี่สายพันธ์ มีประโยชน์ และโทษอย่างไร 120 ชนิด แบ่งเป็น2 กลุ่ม คือ กลุ่มกินผลไม้ 20 ชนิด และกลุ่มกินแมลง 100 ชนิด รวมทั้งประเทศเป็นจำนวนมากกว่า 20 ล้านตัว ประโยชน์ 1. ช่วยผสมเกสรและกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ การกินน้ำหวานจากดอกไม้ทำให้มีการผสมเกสรดอกไม้ และพบว่ามีการคาบเมล็ดมะม่วงหิมพานต์จากต้นไปกินยังอีกที่หนึ่งซึ่งห่างออกไปประมาณ 200 เมตร เป็นการช่วยกระจายพันธุ์ แต่บางครั้งอาจเกิดความเสียหายต่อผลไม้และช่อดอกไม้ได้ จากวิธีการโผเข้าหาแหล่งอาหาร 2. ช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืช จากงานวิจัยของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์ พืช โดยคุณกัลยาณีและคุณไสว พบว่าค้างคาวปากย่นในประเทศไทย จำนวน 8 ล้านตัว กินแมลงคืนละ 22-55 ล้านตัน ในจำนวนนี้ กว่าครึ่งเป็นเพลี้ย และผีเสื้อกลางคืนที่เป็น แมลงทำลายพืชผลทางการเกษตร โทษ 1. ทำลายพืชผลทางการเกษตร 2. เป็นสาเหตุของโรคร้ายหลายชนิดเช่น โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศแถบอเมริกา และยุโรป โรคอุบัติใหม่จากไวรัสเฮนดราที่ทำให้เกิดโรคในม้าและคน ไวรัส นิปาห์ที่ทำให้เกิดโรคในหมูและคน และอาจเป็นต้นเหตุของโรคซารส์ 2. ค้างคาวในประเทศไทย เกี่ยวข้องกับสุขภาพอย่างไรบ้าง / ทำให้เกิดโรคได้หรือไม่ / อย่างไร ยังไม่เคยมีการรายงานว่าค้างคาวในประเทศไทยทำให้เกิดโรคในคนหรือสัตว์ ในประเทศไทยเริ่มมีการสำรวจการติดเชื้อไวรัสอย่างจริงจังเมื่อ ปี 2545 โดยศึกษาไวรัส 2 กลุ่มคือ โรคพิษสุนัขบ้า และ ไวรัสนิปาห์ เราไม่พบไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าเหมือนกับที่เกิดในอมริกา หรือ ออสเตรเลีย แต่พบไวรัสในกลุ่มใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกันแต่ยังไม่พบว่าทำให้เกิดโรคร้ายแรง แต่พบหลักฐานการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวไทย เป็นไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน จัดอยู่ในตระกูล เดียวกับไวรัสโรคหัด โรคคางทูม แต่มีความรุนแรงกว่ามาก พบครั้งแรกในปี 2542 การระบาดครั้งแรกเกิดที่มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อ 265 คนและเสียชีวิต 105 ราย มีสุกรเป็นสาเหตุของการติดต่อมาสู่คน และทำให้รัฐบาลมาเลเซียต้องฆ่าสุกรเป็นจำนวน 1.1 ล้านตัวหรือครึ่งประเทศ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค และยังมีการแพร่ระบาดมายังประเทศสิงคโปร์ในปี 2542 ผ่านทางการส่งออกสุกรจากมาเลเซียทำให้มีผู้ติดเชื้อ 11 คนเสียชีวิต 1 ราย คนไข้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่ทำงานในฟาร์มสุกรและชำแหละสุกร ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าต้นเหตุของเชื้อไวรัสที่แท้จริงคือ ค้างคาว โดยค้างคาวนำเชื้อมายังสุกรผ่านทางน้ำลายหรือเยี่ยว จนในที่สุดก็มีการติดต่อมาสู่คน โดยที่ค้างคาวไม่แสดงอาการป่วย -ไวรัสนิปาห์ยังเป็นสาเหตุของโรคสมองอักเสบของผู้ป่วยในประเทศบังคลาเทศในช่วงฤดูหนาวของปีพ.ศ.2544 และพ.ศ.2546-2548 รวมทั้งในประเทศอินเดีย มีอัตราการตายสูงถึง75 % -จัดให้เป็นไวรัสที่มีความรุนแรงสูงสุดในระดับ4 (Biosafety Level4, BSL4) จากการที่ไวรัสนิปาห์ ติดเชื้อได้อย่างง่ายดายในคน มีความแรงของการก่อโรคของไวรัสสูง และไม่มีวิธีการรักษาให้รอดจากการเสียชีวิตและวัคซีน 3. สถานการณ์การระบาดของไวรัสที่นำโดยค้างคาว ที่พบในประเทศไทย / อยู่ในจังหวัดไหน / เป็นค้างคาวพันธุ์อะไร การพบการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวไทยไม่เรียกว่าเป็นการระบาด เพราะไวรัสนี้พบอยู่ในค้างคาวตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่เหตุที่เกิดการระบาดในมาเลเซียเนื่องจากมีการติดต่อผ่านมาทางหมูและจากหมูมาสู่คน ส่วนการระบาดในบังคลาเทศสันนิษฐานว่าอาจมีการติดต่อจากค้างคาวสู่คนโดยตรง หรือติดต่อจากคนสู่คน การสุ่มตัวอย่างจากค้างคาว 9 จังหวัด พบว่าจังหวัดที่พบผลบวกได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อยุธยา ปราจีนบุรี และสุราษฎร์ธานี และมี 3 จังหวัดที่ไม่ยังพบหลักฐานการติดเชื้อโดยไม่พบผลบวกใดๆเลยได้แก่ สิงห์บุรี ราชบุรี และระยอง การตรวจหาภูมิคุ้มกันแอนติบอดีย์ต่อเชื้อไวรัสนิปาห์ พบการติดเชื้อในค้างคาว 4 ชนิด คือ ค้างคาวแม่ไก่ภาคกลาง (Pteropus lylei) ค้างคาวแม่ไก่เกาะ (P.hypomelanus) ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน (P.vampyrus) และ ค้างคาวหน้ายักษ์สามหลืบ (Hipposideros larvatus) การตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสในน้ำลายค้างคาวหน้ายักษ์สามหลืบ ซึ่งมีความเหมือนกับสายพันธุ์ของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคระบาดในมาเลเซีย ส่วนน้ำลายและเยี่ยวของค้างคาวแม่ไก่ภาคกลางพบไวรัสที่มีความเหมือนกับสายพันธุ์ของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคระบาดในประเทศบังคลาเทศ ผลงานวิจัยนี้สรุปว่าพบการติดเขื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวไทย และพบไวรัสนิปาห์อย่างน้อย 2 สายพันธุ์
4. ไวรัสสนิปาห์ คืออะไร เป็นไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน จัดอยู่ในตระกูล เดียวกับไวรัสโรคหัด โรคคางทูม แต่มีความรุนแรงกว่ามาก พบครั้งแรกในปี 2542 การระบาดครั้งแรกเกิดที่มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อ 265 คนและเสียชีวิต 105 ราย มีสุกรเป็นสาเหตุของการติดต่อมาสู่คน และทำให้รัฐบาลมาเลเซียต้องฆ่าสุกรเป็นจำนวน 1.1 ล้านตัวหรือครึ่งประเทศ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค และยังมีการแพร่ระบาดมายังประเทศสิงคโปร์ในปี 2542 ผ่านทางการส่งออกสุกรจากมาเลเซียทำให้มีผู้ติดเชื้อ 11 คนเสียชีวิต 1 ราย คนไข้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่ทำงานในฟาร์มสุกรและชำแหละสุกร ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าต้นเหตุของเชื้อไวรัสที่แท้จริงคือ ค้างคาว โดยค้างคาวนำเชื้อมายังสุกรผ่านทางน้ำลายหรือเยี่ยว จนในที่สุดก็มีการติดต่อมาสู่คน โดยที่ค้างคาวไม่แสดงอาการป่วย -ไวรัสนิปาห์ยังเป็นสาเหตุของโรคสมองอักเสบของผู้ป่วยในประเทศบังคลาเทศในช่วงฤดูหนาวของปีพ.ศ.2544 และพ.ศ.2546-2548 รวมทั้งในประเทศอินเดีย มีอัตราการตายสูงถึง 75 % -จัดให้เป็นไวรัสที่มีความรุนแรงสูงสุดในระดับ4 (Biosafety Level4, BSL4) จากการที่ไวรัสนิปาห์ ติดเชื้อได้อย่างง่ายดายในคน มีความแรงของการก่อโรคของไวรัสสูง และไม่มีวิธีการรักษาให้รอดจากการเสียชีวิตและวัคซีน 5. โรคไข้สมองอักเสบ จากเชื้อไวรัสนิปาห์ มีอาการอย่างไร อาการประกอบด้วย ไข้ ปวดหัว ระดับความรู้ตัวผิดปกติ รวมทั้งสภาวะการรับรู้แปรปรวน อาเจียน มี myoclonus การบีบตัวแบบกระตุกของกล้ามเนื้อ, tachycardia หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ที่เป็นความผิดปกติของก้านสมอง (brain stem) ผู้ป่วยไม่มากนัก (น้อยกว่า 20%) มีอาการไอหรืออาการทางระบบหายใจอื่นๆ การรักษา ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยาใดที่ได้ผลโดยตรงต่อการรักษา การรักษาที่ได้ผลพบว่ามีเพียงการใช้ยาต้านไวรัสไรบาวิลิน รักษาในช่วงต้นของการติดเชื้อ เท่านั้น 6. นอกจากโรคสมองอักเสบอุบัติใหม่แล้ว ไวรัสนิปาห์ในค้างคาวทำให้เกิดโรคอะไรบ้าง โรคในคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการสมองอักเสบ ในสุกรเกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจมากกว่าทางระบบประสาท และมีการพบการติดเชื้อได้ในม้า แมว และ สุนัข อาการในสุนัขที่ติดเชื้อพบอาการคล้ายโรคหัดสุนัข ไข้ หายใจติขัด ตาและจมูกแฉะ 7. ค้างคาวทุกชนิดจะมีไวรัสนิปาห์หรือไม่ พบค้างคาวกินผลไม้ในกลุ่ม ค้างคาวแม่ไก่ เป็นแหล่งรังโรคสำคัญของไวรัสนิปาห์ เท่าที่มีการสำรวจใน 6 ประเทศคือ มาเลเซีย กัมพูชา บังคลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย และ ไทย พบหลักฐานการติดเชื้อในค้างคาว 8 ชนิด เป็นค้างคาวกินผลไม้ 6 ชนิด ค้างคาวกินแมลง 2 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นค้างคาวกินผลไม้ในกลุ่มค้างคาวแม่ไก่ เช่น แม่ไก่ภาคกลาง แม่ไก่เกาะ แม่ไก่ป่าฝน 8. โรคสมองอักเสบอุบัติใหม่มีอาการอย่างไร แล้วแตกต่างจากโรคสมองอักเสบอื่นอย่างไร อาการประกอบด้วย ไข้ ปวดหัว ระดับความรู้ตัวผิดปกติ รวมทั้งสภาวะการรับรู้แปรปรวน อาเจียน มี myoclonus การบีบตัวแบบกระตุกของกล้ามเนื้อ, tachycardia หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ที่เป็นความผิดปกติของก้านสมอง (brain stem) ผู้ป่วยไม่มากนัก (น้อยกว่า 20%) มีอาการไอหรืออาการทางระบบหายใจอื่นๆ อาการทั่วไปและพยาธิสภาพไม่แตกต่างจากโรคสมองอักเสบอื่นๆ แต่พบลักษณะจำเพาะของเซลล์ที่ติดเชื้อที่แตกต่างจากไวรัสอื่นคือพบ syncitial multinucleated endothelial cells การรักษา ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยาใดที่ได้ผลโดยตรงต่อการรักษา การรักษาที่ได้ผลพบว่ามีเพียงการใช้ยาต้านไวรัสไรบาวิลิน รักษาในช่วงต้นของการติดเชื้อ เท่านั้น
|