Home arrow News arrow "หมอมงคล" สั่งเข้มมาตรการเฝ้าระวัง "หวัดใหญ่-หวัดนก" ฤดูฝน
"หมอมงคล" สั่งเข้มมาตรการเฝ้าระวัง "หวัดใหญ่-หวัดนก" ฤดูฝน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 09 กรกฎาคม 2007

        นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้ผู้สูงอายุในจังหวัดสงขลา จำนวน 200 คน ที่โรงพยาบาลสงขลา จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันไม่ให้ป่วยจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยกล่าวว่า ประเทศไทยมักพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มากในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน และปลายฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งปีนี้สัญญาณฝนมาเร็วและมีปริมาณมากกว่าปกติ สภาพอากาศเช่นนี้คาดว่าจะทำให้มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบมากกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะภาคใต้อาจมีผู้ป่วยเพิ่มในเดือนพฤศจิกายน และสภาพอากาศเย็นชื้นส่งผลให้เชื้อไวรัสไข้หวัดนกมีชีวิตอยู่ดีขึ้นด้วย ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่ง เฝ้าระวังทั้งในคน สัตว์ และเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบสายพันธุ์เชื้อว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เพื่อเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของเชื้อ และให้แพทย์โรงพยาบาลทุกแห่งเฝ้าระวังผู้ป่วยทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนกอย่างเข้มข้น และหากมีผู้ป่วยที่มีอาการน่าสงสัยให้สอบสวนโรคโดยละเอียดและควบคุมโรคทันที สำหรับสถานการณ์การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ในรอบ 6 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) ทั่วประเทศมีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 7,194 ราย เสียชีวิต 6 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกในปีนี้ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่     

        นายแพทย์มงคล กล่าวถึงมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ว่าจะดำเนินการทั้งการใช้วัคซีนและมาตรการป้องกันที่ไม่ต้องใช้วัคซีน โดยได้จัดซื้อวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 300,000 โดส ฉีดป้องกันในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วย ทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สอบสวนควบคุมโรค เจ้าหน้าที่ประจำห้องตรวจชันสูตรเชื้อโรคและกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ทำลายสัตว์ปีก ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด เพื่อไม่ให้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ และฉีดให้ผู้สูงอายุในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล เป็นกรณีพิเศษ จำนวน 20,000 คน โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัวเช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคปอด เพราะหากป่วยแล้วจะมีอาการรุนแรง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เหตุการณ์ไม่สงบ ซึ่งอาจเข้ารับการรักษาได้ยากลำบากกว่าที่อื่นๆ จึงต้องเสริมสร้างภูมิป้องกันโรคให้มีเพียงพอที่จะไม่ป่วยจากโรคดังกล่าว โดยหลังฉีดจะเกิดภูมิต้านทานโรคใน 2 สัปดาห์ และป้องกันได้ 1 ปี

 

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2550 13:35 น.

< Previous   Next >