Home arrow News arrow ฟังนักวิจัยอิตาลี เล่าเรื่องกลไกภูมิคุ้มกัน
ฟังนักวิจัยอิตาลี เล่าเรื่องกลไกภูมิคุ้มกัน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 04 พฤศจิกายน 2010
       ในร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่คอยต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม แล้วกลไกภูมิคุ้มกันของเรานั้นทำงานอย่างไร? เป็นคำถามที่นักวิจัยหญิงจากอิตาลีพยายามค้นหาคำตอบ และที่สุดได้ค้นพบว่าการส่งสัญญาณจากเซลล์ควบคุมเป็นต้นตอของ “โรคเก๊าท์” และยังมีความพยายามศึกษาการติดเชื้อและการอักเสบอื่นๆ รวมถึงโรคมาลาเรีย ไข้เดงกี่ และวัณโรค
     ทั้งนี้ ในร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกัน 2 ระบบคือ ระบบภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติ (innate immunity) ซึ่งจะจับกินสิ่งผิดปกติหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย และภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ (adaptive immunity) ซึ่งเป็นระบบตอบสนองจำเพาะที่เหมือนเป็นทหารทำลายเชื้อโรค ควบคุมการเกิดโรค ซึ่งในภูมิคุ้มกันของร่างกายเรานั้นมีเซลล์ทีเรียกว่า เซนล์เดนดริติค (dendritic cells: DC) ที่ทำงานหน้าที่เชื่อมภูมิคุ้มกันทั้ง 2 ระบบ โดยสามารถรับรู้ความผิดปกติและส่งต่อการรับรู้นั้นไปยังเซลล์ที่เป็นตัวทำงาน รวมถึงส่งสัญญาณบางอย่างที่จำเพาะด้วย
       
       แล้วเซลล์เดนดริติคนี้รับรู้อะไรได้บ้างและรับรู้อย่างไร เป็นคำถามที่ ศ.เปาลา คาสตาลโยลิ (Prof.Paola Castagnoli) ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ศูนย์เอสตาร์ด้านเครือข่ายภูมิคุ้มกันวิทยาสิงคโปร์ (A*STAR centre of Immunology SIgN) นักวิจัยโรคภูมิคุ้มกันชาวอิตาเลียนต้องการทราบ ซึ่งการเข้าใจกลไกของภูมิคุ้มกันในร่างกายนี้จะนำไปสู่การออกแบบยาและวิธีการรักษาต่อไป
       
       ระหว่างบรรยายพิเศษเรื่อง “การติดเชื้อและการอักเสบของเซลล์ภูมิคุ้มกันรู้จักและควบคุมการโจมตีของเชื้อโรคได้อย่างไร” เมื่อวันที่ 2 พ.ย.53 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.คาสตาลโยลิ ซึ่งลาหยุดการเป็นประธานด้านภูมิคุ้มกันและพยาธิวิทยาทั่วไปมหาวิทยาลัยมิลาน-บิลอคคา เมืองมิลาน อิตาลี ได้เล่าถึงการค้นพบหนึ่งของเธอ นั้นคือการทำงานของเซลล์เดนดริติคได้ก่อให้เกิดโรคข้อบางชนิดอย่างโรคเก๊าท์ (Gout)
       
       เมื่อเซลล์เดนดริติครับสัญญาณบางอย่างแล้วจะผลิตสารหรือโมเลกุลบางอย่างส่งไปยังทีเซลล์ (T cell) เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง หลังได้รับสัญญาณจากเซลล์เดนดริติคแล้วทีเซลล์จะเปลี่ยนรูปไป ซึ่งการเปลี่ยนรูปนี้อาจเป็นผลดีหรือไม่ดีต่อร่างกายก็ได้ และสำหรับการค้นพบของ ศ.คาสตาลโยลิ พบว่า เมื่อทีเซลล์เปลี่ยนรูปไปเป็น ทีไอแอล-17 (T IL-17) จะมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดโรคเก๊าท์ การค้นพบนี้ทำให้ทราบพยาธิกำเนิดของโรคที่จะนำไปสู่การรักษาต่อไป
       
       นอกจากการค้นพบนี้แล้ว นักวิจัยสัญชาติอิตาลีผู้เคยรับรางวัล มารี คูรี แชร์ (Marie Curie Chair) จากสหภาพยุโรปในการทำงานที่สถาบันหลุยส์ ปาสเตอร์ (Institut Pasteur of Paris) ในปารีส ฝรั่งเศส กล่าวอีกว่า มีความสนใจในโรคติดเชื้ออื่นๆ อีก เช่น วัณโรค มาลาเรียและไข้เดงกี่ ซึ่งกำลังจะศึกษากลไกภูมิคุ้มกันในโรคเหล่านี้ต่อไป
       
       สำหรับการบรรยายพิเศษครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลอิตาเลียนเฟสติวัล 2010 (Italian Festival 2010) ภายใต้หัวข้อ “เชื่อมขนบธรรมเนียมสู่อนาคต” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานทูตอิตาลีและคณะกรรมการการค้าอิตาลี ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค.53 ณ สถานที่ของหน่วยงานที่สนับสนุน โดยภายในเทศกาลนี้มีกิจกรรมที่ครอบคลุมนิทรรศการ สัมมนา การแสดงเกี่ยวกับอิตาลี เช่น กิจกรรมการตกแต่งบ้าน อาหาร ดนตรี ละครหุ่น งานด้านวรรณกรรม และภาพยนตร์ เป็นต้น และสำหรับปีนี้ได้เพิ่มหัวข้องานสัมมนาที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นเป็นครั้งแรก

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2553 
< Previous   Next >