Home arrow News arrow สธ.ย้ำ ปชช.อย่าตื่นไวรัส “อาร์เอสวี” ไม่ใช่โรคใหม่ อัตรารักษาหายมีสูง
สธ.ย้ำ ปชช.อย่าตื่นไวรัส “อาร์เอสวี” ไม่ใช่โรคใหม่ อัตรารักษาหายมีสูง Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อาทิตย์, 31 ตุลาคม 2010
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 ตุลาคม 2553 17:08 น.
 
สธ.เผยเชื้อ “ไวรัสอาร์เอสวี” ไม่ใช่โรคใหม่ พบในไทยนานแล้ว ระบุ สาเหตุเกิดจากปอดปวม ปอดอักเสบ ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ พบประมาณ 10,000 ราย/ปี ชี้ โอกาสหายสูงหากพบแพทย์เร็ว ย้ำ ประชาชนอย่าตื่นตระหนก โรงพยาบาลทุกแห่งมีความเชี่ยวชาญรักษาได้
      
       จากกรณีมีข่าวพบการระบาดของไวรัสชนิดรุนแรงเข้าสู่ไทย ชื่อไวรัสอาร์เอสวี และไม่มียา ไม่มีวัคซีนรักษา ซึ่งกำลังแพร่เชื้อจากเด็กเล็กสู่ผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุที่อ่อนแอเสียชีวิตหลายรายนั้น
      
       วันนี้ (28 ต.ค.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV : Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ รวมทั้งหลอดลมอักเสบในเด็ก ส่วนใหญ่มักเป็นในเด็กเล็กๆ อายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ใช่โรคใหม่แต่อย่างใด ในไทยพบมานานแล้ว และพบได้ตลอดปี โดยพบมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว จากการเฝ้าระวังในปี 2552 มีเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ป่วยเป็นโรคปอดบวมและโรคหลอดลมอักเสบจากเชื้อทุกชนิดรวม 53,727 ราย เสียชีวิต 69 ราย และคาดว่า ประมาณร้อยละ 25 หรือประมาณ 10,000 รายมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสเอสอาร์วี

นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อชนิดนี้ทั่วโลกไม่มียารักษาโดยตรงอยู่แล้ว แพทย์จะรักษาตามอาการ หากการดูแลดี ก็จะหายได้เอง แต่หากดูแลไม่ดีอาจเกิดโรคแทรกซ้อนทำให้ปอดอักเสบ ซึ่งแพทย์ในโรงพยาบาลทุกแห่งจะมีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยประเภทนี้อยู่แล้ว เพราะไม่ใช่โรคใหม่ โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เชื้อจะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย แพร่เชื้อสู่คนอื่นได้ทางการไอ จาม เช่นเดียวกับไข้หวัด ผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคไม่ดี เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมทั้งเด็กเล็ก อาจติดเชื้อได้ง่าย อาการป่วยเริ่มต้นจะมีอาการไข้หวัดธรรมดาก่อน อาจมีไข้ต่ำๆ ไอ มีน้ำมูก แต่ต่อมาจะมีไข้สูง หายใจลำบาก เด็กจะซึมลง ไม่กินน้ำ ไม่กินนม มีไข้สูง ไอ หายใจหอบ เร็ว และมีเสียงหวีดหรือฮี๊ด ซึ่งเป็นอาการปอดบวม จะต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเสียชีวิตได้
      
       “ในการป้องกันไม่ให้ป่วย จึงขอให้หลีกเลี่ยงการนำเด็กไปในสถานที่แออัด ไม่ให้เด็กเล่นคลุกคลีกับคนที่เป็นหวัด เด็กที่อยู่ในห้องแอร์ หรือในที่อากาศเย็นให้สวมเสื้อผ้าหนาๆ ให้ความอบอุ่นเพียงพอ ประการสำคัญขอให้พ่อ แม่ ผู้เลี้ยงดู ล้างมือให้เด็กบ่อยๆ การล้างมือจะช่วยกำจัดเชื้อที่ติดมากับมือทุกชนิดได้กว่าร้อยละ 80 หากมีเด็กป่วยในบ้าน หรือที่ศูนย์เด็กเล็ก สถานที่รับเลี้ยงเด็กเล็ก ให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ ไม่ให้คลุกคลีกัน และแยกเครื่องใช้ออกเด็กที่ป่วยออกต่างหาก นอกจากนี้ ยังมีวิธีการป้องกันเด็กป่วยจากทางเดินหายใจทุกชนิด โดยให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเด็กจะได้รับภูมิต้านทานจากแม่ผ่านทางน้ำนม เด็กก็จะไม่ป่วยง่าย” ปลัด สธ.กล่าว

 

< Previous   Next >