Home arrow News arrow ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สกัด 3 สายพันธุ์/ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาควิชาจุลชีววิทยา
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สกัด 3 สายพันธุ์/ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาควิชาจุลชีววิทยา Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 14 ตุลาคม 2010
       เดี๋ยวนี้รอบๆ ตัวเรามีเชื้อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ และพร้อมที่จะทำให้สุขภาพเราทรุดโทรมได้ ดังนั้นเรามาป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนกันเถอะครับ

     ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ที่ครอบคลุมทั้ง 3 สายพันธุ์ ทั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไข้หวัดใหญ่ ชนิด B และไข้หวัดใหญ่ ชนิด A H3N2 ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล รวมอยู่ในเข็มเดียวกันแล้ว
       
       สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ไปแล้ว หลังฉีด 1 เดือน สามารถรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ได้ ข้อดีคือ จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้มากขึ้น รวมทั้งยังป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้อีก 2 สายพันธุ์ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะซ้ำซ้อน หรือเป็นอันตราย แต่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ควรได้รับวัคซีน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือ หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์เกินกว่า 7 เดือน คนอ้วนที่น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม ผู้พิการทางสมอง ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุเกินกว่า 65 ปีขึ้นไป เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน - 2 ปี และบุคลากรทางสาธารณสุข
       
       หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว จะต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาป้องกันโรค แต่วัคซีนนี้ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดได้ทุกชนิด ซึ่งอาจเกิดจากเชื้ออื่นๆได้อีกหลายชนิด ฉะนั้นจึงควรฉีดวัคซีนซ้ำทุก 1 ปี เนื่องจากแต่ละปีเชื้อไวรัสจะมีการกลายพันธุ์ จึงต้องมีการผลิตวัคซีนขึ้นมาใหม่ทุก ๆ ปี และสำหรับผู้ที่แพ้ไข่ไก่ อาจแพ้วัคซีนที่เพาะเลี้ยงจากไวรัสในไข่ไก่ จึงไม่ควรฉีด เพราะอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงได้
       
       แม้วัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายมนุษย์ได้ แต่ก็ไม่เท่ากันทุกคน บางคนจึงอาจมีโอกาสติดเชื้อได้อีกแม้จะฉีดวัคซีนไปแล้วก็ตาม การระวังป้องกันตัวโดยสุขอนามัยส่วนบุคคล จึงยังจำเป็นอยู่นะครับ
       
       เรียบเรียงบทความโดย นิษฐ์ภัสสร ห่อเนาวรัตน์

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 ตุลาคม 2553 

< Previous   Next >