Home arrow News arrow ไทยหนุนญี่ปุ่น ตั้งกองทุนส่งเสริมวิจัยระหว่างประเทศ
ไทยหนุนญี่ปุ่น ตั้งกองทุนส่งเสริมวิจัยระหว่างประเทศ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 12 ตุลาคม 2010

บรรยากาศการประชุม STS forum ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 3-5 ต.ค.53 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเกียวโต เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

กระทรวงวิทย์เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ อาเซียน+6 เดือน พ.ย.นี้ หนุนญี่ปุ่นตั้งกองทุนส่งเสริมวิจัยระหว่างประเทศ

   ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วมประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสังคม ครั้งที่ 7 (The Seven Annual Meeting of the Science and Technology in Society (STS) forum) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติเกียวโต เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า ในที่ประชุมรัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก 37 ประเทศ ญี่ปุ่นได้เสนอให้มีการสร้างความร่วมมือในลักษณะกองทุนสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการวิจัยและพัฒนา
       
       "ผู้ช่วยรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ฯ ของญี่ปุ่นได้เสนอแนวคิดความร่วมมือทางวิชาการเฉพาะด้านทางวิทยาศาสตร์ระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศต่างๆ โดยจัดตั้งเป็น Science and Innovation Area Inniciative ส่วนหนึ่งญี่ปุ่นให้การสนับสนุน และประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกก็ลงขันช่วยกันเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสนับสนุนโครงการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ซึ่งไทยเราก็จะสนับสนุนด้วย แต่ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอเริ่มต้นเท่านั้น และจะมีการนำเรื่องนี้มาคุยกันอีกทีในการประชุมรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์อาเซียนบวก 6 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดในเดือน พ.ย.นี้" ดร.วีระชัย กล่าว
       
       ทั้งนี้ ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากจะมีรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์จาก 10 ประเทศในอาเซียนแล้วยังมีรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์จากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เข้าร่วมประชุมด้วย
       
       ส่วนการประชุม STS forum ครั้งล่าสุดที่ผ่านมานั้น รมว.วท. บอกแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ ว่าเป็นเวทีประชุมที่มุ่งเน้นการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสังคมเป็นหลัก ซึ่งญี่ปุ่นจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีทั้งนักวิทยาศาสตร์ ตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก รวมทั้งตัวแทนจากภาคเอกชนของไทย จึงอยากสนับสนุนให้ภาคเอกชนของไทยเข้ามามีบทบาทในการประชุมนี้มากยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไป เช่นเดียวกับการประชุมเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เพราะจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 ตุลาคม 2553 
< Previous   Next >