Home arrow News arrow แพทย์ ม.อ. คว้าทุน 3Gs ศึกษาพันธุกรรมต้นเหตุออทิสติกส์
แพทย์ ม.อ. คว้าทุน 3Gs ศึกษาพันธุกรรมต้นเหตุออทิสติกส์ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 12 ตุลาคม 2010
ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง (ซ้ายสุด) ผอ.สถาบันจีโนม และนายพิเชษฐ์ ศรีสุวรรณกุล (ขวาสุด) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไดแอกโนติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบทุนสนับสนุนการวิจัยมูลค่า 3.5 ล้านบาท ให้แก่ทีมวิจัยจาก ม.อ. และ ม.มหิดล

 

แพทย์ ม.อ. พบกลุ่มยีนต้องสงสัยที่เป็นสาเหตุอาการออทิสติกส์ในเด็กไทย ได้รับทุนวิจัย 3Gs ใช้เทคโนโลยีไพโรซีเควนซิงถอดรหัสพันธุกรรมของผู้ป่วยกลุ่มตัวอย่างเพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัดว่ายีนเกี่ยวข้องกับโรคออทิสติกส์ หวังพบทางรักษาให้ถูกจุด ด้านทีมแพทย์มหิดลรับทุนอันดับ 2 ค้นหาพันธุกรรมเชื้อดื้อยา หาทางตัดวงจรผู้ป่วยเสียชีวิตเพราะติดเชื้อในโรงพยาบาล

    "ปัจจุบันมีรายงานจำนวนผู้ป่วยออทิสติกส์ในประเทศไทยประมาณ 10 ต่อ 10,000 คน และพบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย ซึ่งกลุ่มอาการออทิสติกส์นั้นเกิดจากหลายสาเหตุ และพันธุกรรมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนทำให้เป็นออทิสติกส์ถึง 90% แต่พันธุกรรมของผู้ป่วยออทิสติกส์ไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างเบาหวาน จึงเป็นอุปสรรคต่อการรักษาคนไข้ หากเราสามารถรู้ความผิดปกติทางพันธุกรรมของคนไข้ออทิสติกส์ได้ จะช่วยให้การดูแลรักษาคนไข้เหล่านี้มีประสิทธิผลมากขึ้น" นพ.พรพรต ลิ้มประเสริฐ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยต่อสื่อมวลชน
       
       นพ.พรพรต ให้ข้อมูลต่อว่า เขาเริ่มศึกษาเกี่ยวกับพันธุกรรมของผู้ป่วยโรคออทิสติกส์ได้ราว 5 ปี และพบกลุ่มยีนต้องสงสัยที่คาดว่ามีความเกี่ยวข้องและเป็นสาเหตุของอาการออทิสติกส์ในเด็กไทย โดยจะศึกษาต่อไปเพื่อพิสูจน์ว่ากลุ่มยีนต้องสงสัยดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับคนไข้ออทิสติกส์หรือไม่ โดยได้รับทุนจากโครงการประกวดผลงานวิจัยด้านพันธุวิศวรรม หรือ 3จีส์ (The Great Gigabase Grant : 3Gs) ในการใช้เทคโนโลยีไพโรซีเควนซิง (pyrosequencing) ของสถาบันจีโนมช่วยถอดรหัสพันธุกรรมของคนไข้ออทิสติกส์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 6 ราย ที่มีอายุระหว่าง 3-5 ปี
       
       "หลังจากถอดรหัสพันธุกรรมของคนไข้ได้แล้ว เราก็ต้องวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมที่ได้มาว่ามียีนที่เราสงสัยหรือเปล่า หรือเราอาจจะพบยีนตัวใหม่ที่เกี่ยวข้องกับออทิสติกส์ก็เป็นได้ โดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาวิเคราะห์ประมาณ 1 ปี ผลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยต่อไปในคนไข้ออทิสติกส์จำนวนมากด้วยเทคนิคในห้องแล็บทั่วไป การตรวจสอบความผิดปกติของโปรตีนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพัฒนาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย" นพ.พรพรต เผยและบอกด้วยว่าเทคนิคไพโรซีเควนซิงจะช่วยย่นระยะเวลาการวิจัยได้มาก เนื่องจากสามารถถอดรหัสพันธุกรรมจำนวนมากๆ ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
       
       ด้าน นพ.ชาญวิทย์ ตรีพุทธรัตน์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะ ได้รับทุนอันดับ 2 จากโครงการศึกษาหายีนของแบคทีเรียที่ดื้อยาหลากหลาย ซึ่ง ดร.ประพัฒน์ สุริยผล หนึ่งในทีมวิจัย ให้ข้อมูลแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ว่า ในแต่ละปีมีผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลติดเชื้อแบคทีเรียในโรงพยายาลที่ดื้อยาราว 3 แสนคน หรือประมาณ 10% ของผู้ป่วยทั้งหมดที่เข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาล โดยในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตไปประมาณ 30,000 ราย ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น
       
       "ในเซลล์ของแบคทีเรียบางชนิดมียีนที่ดื้อยาล่องลอยอยู่ภายในเซลล์ และสามารถถ่ายทอดยีนนี้ไปสู่แบคทีเรียชนิดอื่นได้ รวมทั้งส่งต่อไปยังคนไข้ได้ เราจึงต้องการศึกษาว่ายีนที่ทำให้แบคทีเรียดื้อยานั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร ดื้อยาชนิดใด เพื่อจะได้เลือกใช้ยารักษาคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังอาจสืบย้อนกลับไปได้ว่ายีนดื้อยาเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร มีการส่งผ่านระหว่างแบคทีเรียและส่งผ่านมายังคนไข้ได้อย่างไร เพื่อหาวิธีป้องกันและลดอัตราการเสียชีวิตของคนไข้ในโรงพยาบาล" ดร.ประพัฒน์ อธิบาย
       
       ทั้งนี้ ทีมวิจัยของเขาจะทำการคัดแยกแบคทีเรียจากอุจจาระของคนไข้ แล้วนำมาสกัดเอาเฉพาะดีเอ็นเอพลาสมิดเพื่อนำมาถอดรหัสด้วยเทคโนโลยีไพโรซีเควนซิง จากนั้นวิเคราะห์หายีนที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะชนิดต่างๆ ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายของโรงพยาบาลเพื่อการรักษาและการใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
       
       ส่วนผู้ที่ได้รับทุนอันดับ 3 คือ ดร.ฟิลลิป ชอว์ และคณะนักวิจัยไบโอเทค จากโครงการศึกษาการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับเชื้อมาลาเรียชนิดพลาสโมเดียม ฟัลซิฟารัม (Plasmodium falciparum) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของยีนในช่วงชีวิตของเชื้อมาลาเรียดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถคาดการณ์การก่อให้เกิดโรค หรืออาจช่วยให้ค้นพบยารักษาโรคมาลาเรียที่มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
       
       ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการสถาบันจีโนม ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการประกวดผลงานวิจัยด้านพันธุวิศวรรม หรือ 3จีส์ เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันจีโนม และ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อคัดเลือกโครงการวิจัยด้านพันธุกรรมให้ได้รับทุนสนับสนุนในการทำวิจัยรวมมูลค่า 3.5 ล้านบาท โดยใช้เครื่องถอดรหัสพันธุกรรม จีเอสเอฟเอ็กซ์ (GS FX) ของสถาบันจีโนม ที่มีเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ขั้นสูง อาศัยหลักการไพโรซีเควนซิงร่วมกับน้ำยาชนิดพิเศษในการอ่านลำดับดีเอ็นเอ ซึ่งสามารถถอดรหัสพันธุกรรมได้มากถึง 35 ล้านลำดับพันธุกรรม ภายในเวลา 10 ชั่วโมง โดยเชื่อว่าโครงการวิจัยที่ได้รับทุนทั้ง 3 โครงการจะเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์และสาธารณสุขของไทย รวมถึงการพัฒนายารักษาโรคใหม่ๆ ในอนาคตด้วย

 

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 ตุลาคม 2553 

< Previous   Next >