Home arrow News arrow คนวาติกันเคืองยกโนเบลให้ผู้ทำ “เด็กหลอดแก้ว” โวยถึงจุดเสื่อมอย่างที่สุด
คนวาติกันเคืองยกโนเบลให้ผู้ทำ “เด็กหลอดแก้ว” โวยถึงจุดเสื่อมอย่างที่สุด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 06 ตุลาคม 2010
       โฆษกด้านชีวจริยธรรมวาติกันโวย ยกรางวัลโนเบลให้ผู้บุกเบิก “เด็กหลอดแก้ว” ถือเป็น “ความเสื่อมโทรมอย่างที่สุด” ชี้เป็นการเพิกเฉยต่อคำถามจริยธรรม หากไม่มีเทคโนโลยีนี้โลกคงไม่ต้องมี “ตลาดซื้อ-ขายไข่มนุษย์” และไม่ต้องมีตู้แช่ที่เต็มไปด้วยตัวอ่อนมนุษย์
       
       อิกนาซิโอ คาร์ราสโก เดอ เปาลา (Ignacio Carrasco de Paula) หัวหน้าสถาบันศึกษาสิ่งมีชีวิตแห่งพระสันตะปาปา (Pontifical Academy for Life) และยังเป็นโฆษกด้านชีวจริยธรรมแห่งวาติกันด้วยนั้น ให้ความเห็นว่า รางวัลโนเบลปี 2010 ที่มอบให้แก่ โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ (Robert Edwards) ผู้บุกเบิกเทคนิคการทำเด็กหลอดแก้วแบบไอวีเอฟ (IVF) นั้นเป็นการเพิกเฉยต่อปัญหาทางจริยธรรม โดยปล่อยให้เกิดการบำบัดรักษาภาวะเจริญพันธุ์

   เขากล่าวด้วยว่าเทคนิคการปฏิสนธินอกร่างกายหรือไอวีเอฟ (in-vitro fertilisation: IVF) นั้นได้นำไปสู่การทำลายตัวอ่อนมนุษย์จำนวนมาก โดยบีบีซีนิวส์ระบุว่า มีเด็กที่เกิดจากการเทคนิคนี้ราวๆ 4 ล้านคน นับแต่มีการใช้เทคนิคไอวีเอฟเมื่อปี 1978
       
       แม้จะเห็นว่า เป็นก้าวใหม่และก้าวที่สำคัญของศาสตร์ด้านการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ แต่คาร์ราสโกให้ความเห็นกับสำนักข่าวอันซา (Ansa) ของอิตาลี ว่า การเลือกให้รางวัลแก่เอ็ดเวิร์ดส์ของคณะกรรมการนั้นเป็น “ความเสื่อมโทรมอย่างที่สุด” (completely out of order)
       
       ทั้งนี้ หากไม่มีการรักษาของเอ็ดเวิร์ดส์แล้วก็จะไม่มีตลาดซื้อขายไข่มนุษย์ และคงจะไม่มีตู้แช่จำนวนมากที่เต็มไปด้วยตัวอ่อนมนุษย์อยู่ทั่วโลก

       
       “ในกรณีที่ไปได้สวยไข่เหล่านั้นจะถูกถ่ายไปยังมดลูก แต่โอกาสส่วนใหญ่คือไข่เหล่านั้นจะมีจุดจบ ที่ถูกปล่อยทิ้งหรือตายไปในที่สุด ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้รับรางวัลโนเบลคนล่าสุดต้องรับผิดชอบ” คาร์ราสโกเผย และย้ำว่าทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัว
       
       ขณะที่ความเห็นของคณะกรรมการโนเบลสาขาสรีรศาสตร์และการแพทย์ในสวีเดนนั้น กล่าวว่า เอ็ดเวิร์ดส์ได้นำความสุขมายังผู้ที่มีบุตรยากทั่วโลก
       
       "ความพยายามของเขายังได้สร้างโอกาสในการรักษาภาวะการมีบุตรยาก ซึ่งเป็นปัญหาทางการแพทย์ ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชากรมนุษย์จำนวนมาก ซึ่งคู่รักมากกว่า 10% ทั่วโลกประสบปัญหานี้" คำระบุในถ้อยแถลงของคณะกรรมการ
       
       เอ็ดเวิร์ดส์ได้เริ่มงานด้านนี้ตั้งแต่กลางทศวรรษ 1950 เรื่อยมาจนกระทั่งประสบความสำเร็จในการให้กำเนิด “เด็กหลอดแก้ว” คนแรกของโลก คือ หลุยส์ บราวน์ (Louise Brown) เมื่อปี 1978 ซึ่งบราวน์กล่าวว่า การที่เอ็ดเวิร์ดส์ได้รับรางวัลนี้ถือเป็น “ข่าวมหัศจรรย์”
       
       “ฉันและแม่รู้สึกยินดียิ่งที่หนึ่งในผู้บุกเบิกเทคนิคไอวีเอฟ ได้รับการเชิดชูในสิ่งที่เขาสมควรได้รับ บ็อบ (เอ็ดเวิร์ดส์) เป็นที่รักของพวกเรา และเรารู้สึกปลาบปลื้มที่จะแสดงความยินดีไปยังเขาและครอบครัวในตอนนี้” บราวน์ผู้ถือกำเนิดจากเทคนิคไอวีเอฟคนแรกของโลกกล่าว.

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 ตุลาคม 2553 

< Previous   Next >