Home arrow News arrow คดีกามโรค'กัวเตมาลา'อื้อฉาว ย้ำแผลเก่าหนูตะเภามะกันผิวดำ
คดีกามโรค'กัวเตมาลา'อื้อฉาว ย้ำแผลเก่าหนูตะเภามะกันผิวดำ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 05 ตุลาคม 2010
       เอเอฟพี – การเปิดโปงความโหดร้ายทารุณที่นักวิจัยของทางการสหรัฐอเมริกากระทำต่อชาวกัวเตมาลาเมื่อทศวรรษ 1940 ในอันที่จะทดสอบยารักษากามโรค ได้ฟื้นความทรงจำอันเจ็บปวดในเรื่องทำนองเดียวกันนี้ ซึ่งเกี่ยวกับคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันเมื่อศตวรรษที่ 20
       
       ทำเนียบขาวเปิดเผยในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ได้กล่าวขออภัยเป็นการส่วนตัวต่อประธานาธิบดีอัลบาโร โคลอม แห่งกัวเตมาลา และ“ทุกคนที่ได้รับผล” จากการทดลองของนักวิจัยในโครงการวิจัยยาเพนนิซิลินต่อโรคโกโนเรียและโรคซิฟิลิส ซึ่งเป็นโครงการในกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขอเมริกัน เมื่อช่วงปี 1946-1948

      เรื่องดังกล่าวนี้ จุดประกายให้ผู้คนหวนรำลึกถึงเรื่องราวในทำนองเดียวกันที่ถูกเปิดโปงเมื่อต้นทศวรรษ1990 และในปี 1997 บิล คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ก็ได้ทำการขออภัยในทำนองนี้ สืบเนื่องจากกรณีการศึกษายาแก้โรคซิฟิลิส ซึ่งมีชายผิวดำ 400 รายถูกคัดเลือกเข้าร่วมโครงการวิจัยของเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข แต่แล้วบุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษา เพื่อที่ว่าคณะผู้วิจัยจะได้ศึกษาการลุกลามของโรค
       
       การวิจัยกรณีของชาวอเมริกันผิวดำอยู่ในโครงการศึกษาเจาะกลุ่มแรงงานภาคการเกษตรแบบเฉพาะฤดูกาล ภายในเมืองทัสเกกี มลรัฐแอละแบมา เมื่อระหว่างปี 1932-1972
       
       ปรากฏว่าการศึกษาวิจัยทั้งสองกรณี เป็นความรับผิดชอบของบุคคลเดียวกันคือ นายแพทย์จอห์น คัทเลอร์ บุคคลผู้นี้มีบทบาทหลักอยู่ในกรณี “การทดลองทัสเกกี” และก็เป็นหัวหน้าทีมวิจัยการศึกษากัวเตมาลา กรณีหลังนี้เพิ่งถูกเปิดโปงในปีนี้ หลังจากที่ศ.ซูซาน เรเวอร์บี้ ไปพบเอกสารเก่าเก็บชุดหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ อันเป็นเอกสารที่เผยถึงการทดลองภายใต้การนำของดร.คัทเลอร์ ผู้ซึ่งถึงแก่กรรมไปเมื่อปี 2003
       
       การทดลองที่เอามนุษย์เป็นหนูตะเภาในสองกรณีนี้มีความต่างสำคัญในข้อที่ว่า ในกรณีของการทดลองทัสเกกี หนูตะเภาของโครงการเป็นผู้ที่ป่วยด้วยโรคซิฟิลิสมาก่อนแล้ว และถูกเบี้ยวไม่ให้ได้รับการรักษา เพื่อที่ผู้วิจัยจะได้เห็นพัฒนาการของโรคอย่างละเอียด
       
       ส่วนกรณีกัวเตมาลาเป็นความโหดร้ายกว่านั้น เพราะชาวกัวเตมาลาที่ตกเป็นเหยื่อของดร.คัทเลอร์ ถูกนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยคณะผู้วิจัย!! ยิ่งกว่านั้น หญิงขายบริการทางเพศ ชาวกัวเตมาลาที่ตกเป็นเหยื่อในโครงการนี้ นอกจากจะได้รับเชื้อซิฟิลิส หรือไม่เช่นนั้นก็โกโนเรียไปแล้ว ยังได้รับอนุญาตให้ไปมีเพศสัมพันธ์แบบไม่มีการป้องกัน กับทหารบ้าง นักโทษในเรือนจำบ้าง ในขณะที่ คณะผู้วิจัยทำการทดสอบยาเพนนิซิลินในเหยื่อของโครงการ เพื่อดูสัมฤทธิผลของยา
       
       เมื่อปี 1997 คลินตันเคยกล่าววาทะว่า “เราจะไม่เบือนหน้าหนีความจริงอีกต่อไป เราจะสามารถมองสบตากับผู้เสียหายได้อย่างเต็มตา ทั้งนี้ ในนามของคนอเมริกัน สิ่งที่รัฐบาลแห่งสหรัฐฯ ได้ทำไปนั้น น่าละอายยิ่ง และกระผมขอโทษ”
       
       ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้จ่ายค่าชดเชยราว 10 ล้านดอลลาร์ แก่ครอบครัวของเหยื่อการทดลองทัสเกกี และเรื่องดังกล่าวนี้จุดประกายให้รัฐสภาผ่านกฎหมายห้ามการทดลองในทำนองนี้ พร้อมกับมีการออกระเบียบที่เหมาะสมแก่แนวทางการทำทดลองทางการแพทย์ที่กระทำต่อมนุษย์

ที่มา  ASTVผู้จัดการรายวัน 3 ตุลาคม 2553

< Previous   Next >