Home arrow News arrow สธ.เล็งของบ 5,000 ล.ผลิตวัคซีน7 ชนิดใช้เอง
สธ.เล็งของบ 5,000 ล.ผลิตวัคซีน7 ชนิดใช้เอง Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 01 ตุลาคม 2010
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นปประธานการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมได้สรุปนโยบายผลักดันให้ไทยพัฒนาและผลิตวัคซีนป้องกันโรคใช้เองในประเทศ โดยจะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณ 5,000 ล้านบาท สำหรับการดำเนินการตั้งแต่กระบวนการพัฒนาจนถึงการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อใช้งาน โดยให้แล้วเสร็จในกรอบเวลา 10 ปี เพราะแม้ขณะนี้จะมีวัคซีนบางตัวที่ไทยผลิตเองได้ แต่ก็เป็นปริมาณที่น้อยมาก ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลักถึงร้อยละ 80 ซึ่งหากไทยสามารถพัฒนาวัคซีนจนผลิตใช้เองได้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวเรื่องการสั่งซื้อวัคซีนจากต่างประเทศปีละกว่า 2,400 ล้านบาท

      สำหรับวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าให้เกิดการพัฒนาและผลิตใช้เองมีทั้งสิ้น 7 ชนิด ได้แก่ 1.วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นวัคซีนที่ยังไม่มีประเทศใดในโลกสามารถผลิตได้ ซึ่งขณะนี้ไทยมีตัวเชื้อไวรัสวัคซีนและนำไปใช้ในสัตว์ทดลองเรียบร้อย รอเพียงโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP มารองรับการผลิตเพื่อนำมาทดลองในคนก็จะสำเร็จ ยื่นขอให้ อย.ขึ้นทะเบียนได้ หากได้รับงบประมาณจัดสร้างโรงงานจากรัฐบาลจะเดินหน้าได้ทันที คาดว่าภายใน 10 ปีจะแล้วเสร็จ 2.วัคซีนคอตีบ 3.วัคซีนป้องกันบาดทะยัก 4.วัคซีนไอกรน ซึ่งวัคซีน 3 ชนิดนี้คาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี จึงแล้วเสร็จนำออกมาใช้ได้ ส่วนวัคซีนชนิดที่ 5.คือ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งจะใช้เวลาพัฒนา 4 ปี วัคซีนชนิดที่ 6.คือ วัคซีนไข้สมองอักเสบจีอี จะทำการพัฒนาการผลิตโดยใช้เซลล์เพาะเลี้ยงแทนการใช้สมองหนูแบบเดิม โดยส่วนนี้องค์การเภสัชกรรมจะทำการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ได้มาตรฐาน GMP ในพื้นที่เดียวกับโรงงานไข้หวัดใหญ่ที่ จ.สระบุรี ด้วยงบประมาณกว่า 400 ล้านบาทเพื่อทำการผลิตโดยเฉพาะ คาดว่าใช้เวลาทั้งสิ้น 5 ปี ส่วนวัคซีนชนิดที่ 7 ที่จะพัฒนาคือ วัคซีนวัณโรค แม้ปัจจุบันสภากาชาดไทยจะสามารถผลิตใช้เองได้แล้ว แต่จะเพิ่มสายการผลิตออกไปให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศและเหลือส่งออกต่างประเทศด้วย

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กันยายน 2553 

< Previous   Next >