Home arrow News arrow ปีเสือดุ! หวัดระบาดครบ 3 สายพันธุ์ สาย 2009 ครองแชมป์คนเป็นมากสุด
ปีเสือดุ! หวัดระบาดครบ 3 สายพันธุ์ สาย 2009 ครองแชมป์คนเป็นมากสุด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อาทิตย์, 26 กันยายน 2010
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กันยายน 2553 10:32 น.
 
 
เผยปีนี้พบหวัดระบาดครบ 3 สายพันธุ์ หวัด 2009 ครองแชมป์ แนะประชาชนดูแลสุขภาพ ส่วนการดื้อยา 3 ระลอก พบ 4 ราย ยังอยู่ในภาวะปกติตาม WHO กำหนด
      
       วานนี้ (24 ก.ย.) ที่ตึก สก รพ.จุฬาลงกรณ์ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการประชุมสัมมนาประจำปี 2553 ครั้งที่ 3 “เมื่อไข้หวัดใหญ่ระบาดพร้อมกันทั้ง 3 สายพันธุ์” ว่า ปีนี้พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่มากกว่าปีที่ผ่านมาโดยพบว่ามีการระบาดทั้ง 3 สายพันธุ์ คือ ไข้หวัดใหญ่ชนิด A เอช1เอ็น1 (H1N1) หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอช3เอ็น2 (H3N2) และไข้หวัดใหญ่ชนิด B ที่สำคัญ การระบาดยังยาวนานกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยในปี 2552 การระบาดเริ่มลดลงในช่วงเดือน ส.ค.โดยพบว่า ไข้หวัดใหญ่ 2009 มีอัตราการระบาดสูงสุดถึงร้อยละ 90 ขณะที่สายพันธุ์ตามฤดูกาลพบเพียงร้อยละ 10 ศ.นพ.ยง กล่าวอีกว่า จำนวนของผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ 2009 พบถึงร้อยละ 50 ซึ่งสูงที่สุด ขณะที่ไข้หวัดใหญ่เอช3 เอ็น2 พบประมาณ 1 ใน 4 นอกนั้นเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด B โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และภาคเหนือ รองลงมา คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอช3เอ็น2 พบในภาคใต้ ส่วนไข้หวัดใหญ่ชนิด B พบได้ทั่วประเทศ
      
       ศ.นพ.ยง กล่าวว่า สำหรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทั้ง 3 สายพันธุ์นั้น ปัจจุบันทางกระทรวงสาธารณสุข รณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยงฉีดอยู่จำนวน 2.1 ล้านโดส และยังมีในส่วนของภาคเอกชนอีก 1 ล้านโดส สำหรับฉีดให้กับประชาชนราว 3 ล้านคนนั้น คิดเป็นเพียงร้อยละ 4 ของประชากรทั้งประเทศเท่านั้น ถือว่าน้อยมากในการป้องการการระบาดของโรค ทางที่ดีที่สุดประชาชนทุกคนต้องดูแลสุขภาพของตนเอง
      
       หัวหน้าศูนย์ กล่าวในตอนท้ายว่า จากการทดสอบการดื้อยาในเชื้อทั้งสิ้น 1,100 สายพันธุ์ พบว่า การระบาดในระลอกแรกไม่พบการดื้อยาแต่ในระลอก 2 พบ เชื้อดื้อยา 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.2 และระลอก 3 พบดื้อยา 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.8 ถือเป็นเรื่องปกติของการใช้ยามากขึ้น โอกาสดื้อยาย่อมสูงตามไปด้วยซึ่งมองว่าในการระบาดระลอกต่อไป อัตราการดื้อยาจะสูงขึ้นเช่นกัน แต่ไม่ต้องกังวล เนื่องจากองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดว่าหากเชื้อดื้อยาไม่เกินร้อยละ 1 ยังไม่ถือว่าน่าเป็นห่วง
< Previous   Next >