|
อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นเป็นสาเหตุให้ เกิดภัยธรรมชาติและโรคระบาดร้ายแรงในหลายประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก ที่ประชุมในมาเลเซีย หารือเพื่อลดผลกระทบ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินถล่มเพิ่มมากขึ้นในเนปาล, ไข้เลือดออกระบาดในอินโดนีเซีย และน้ำท่วมในอินเดีย นอกจากนี้ยังเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อระบบสาธารณสุขทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมากกว่า 10 ประเทศ ซึ่งไล่ไปตั้งแต่มัลดีฟส์ถึงจีน ประชุมร่วมกัน เมื่อวันอังคารในมาเลเซีย เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาด้านสาธารณสุข ที่ประเทศเหล่านี้ประสบ ซึ่งมีสาเหตุมาจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น โดยพวกเขาหารือแนวทางทำงานร่วมกันเพื่อลดผลกระทบในภูมิ ภาค ซึ่งคาดว่าภัยธรรมชาติจะรุนแรงและโรคระบาด เช่นน้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และโรคระบาดที่เกิดจากยุงและโรคติดต่อทางน้ำ
องค์การอนามัยโลก หรือฮู ประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ได้คร่าชีวิตประชากรโลกไปมากกว่า 1 ล้านคน ทั้งทางตรงและทางอ้อมตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นในเอเชีย-แปซิฟิก ภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ได้รวมถึงการตายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกประมาณ 800,000 คนในแต่ละปี บรรดานักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า ภัยแล้งจะทำให้พืชผลทางการเกษตรลดน้อยลง และการขาดแคลนอาหารจะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นที่, พายุฝุ่นและไฟป่าจะส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ และน้ำท่วมจากพายุที่รุนแรงจะเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำตาย การบาดเจ็บและโรคระบาด เช่น โรคท้องร่วง การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกอาจนำไปสู่การเกิดของพืชทะเลจำพวกเห็ดราที่เป็นอันตรายมากขึ้น ซึ่งสามารถทำให้คนป่วยเมื่อกินกุ้ง หอย ปู ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นที่ราบต่ำ จะเผชิญหน้ากับพายุ น้ำท่วมมากขึ้น และการทะลักของน้ำเค็มเข้าไปในแหล่งน้ำจืดที่สำคัญต่อการใช้อุปโภคบริโภค ประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชียและแอฟริกาคาดว่าจะได้รับความทุกข์ยากที่สุด. ที่มา หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ วันที่ 4 กรกฎาคม 2550 เวลา 09:31 น. |