Home arrow News arrow พบผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสพุ่ง 1,300 ราย ตาย 6 ราย แนะสวมถุงมือ รองเท้าบู็ต
พบผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสพุ่ง 1,300 ราย ตาย 6 ราย แนะสวมถุงมือ รองเท้าบู็ต Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 25 สิงหาคม 2010
 สธ.พบผู้ป่วย “โรคเมลิออยโดสิส” กว่า 1,300 ราย เสียชีวิต 6 คน พบมากในผู้ที่มีอาชีพเกษตรกร พื้นที่ภาคอีสาน อุบลฯ ครองแชมป์ป่วยร่วม 300 ราย เตือนประชาชนป้องกันตนโดยสวมถุงมือ รองเท้าบูต
       
       วันนี้ (24 ส.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคเมลิออยโดสิสว่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรียซึ่งอยู่ในดินและน้ำตามทุ่งนา หรือเรียกอีกอย่างว่า โรคเลียนแบบ เนื่องจากมีอการเลียนแบบโรคอื่นหลายโรค สามารถติดต่อได้ทางระบบทางเดินหายใจและผิวหนังบริเวณที่เป็นแผล โดยผู้ป่วยจะแสดงอาการไข้ ไอ อ่อนเพีลย เบื่ออาหาร และหากติดเชื้อเข้าในกระแสเลือดก็จะทำให้มีอัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 40 พบระบาดในพื้นที่ภาคอีสานของไทย ขณะที่ต่างประเทศพบในพื้นที่พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย โดยจากสถิติการเฝ้าระวังของโรคระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2553 พบผู้ป่วยแล้ว 1,307 คน เสียชีวิต 6 คน ขณะที่สถิติจาก กรมควบคุมโรค (คร.) บอกว่าพบมากใน จ.อุบลราชธานี ป่วยแล้ว 300 ราย รองลงมาคือ จ.ขอนแก่น ป่วย 200 ราย

    “สธ.เตือนไปยังประชาชนที่เป็นเกษตรกรซึ่งต้องอยู่ในดินและน้ำตามทุ่งนาเป็นเวลานาน ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ แนะนำให้ประชาชนสวมถุงมือ รองเท้าบูต ให้มิดชิด เพื่อความปลอดภัย” นายจุรินทร์กล่าวด้วยว่า เชื้อแบคทีเรียของโรคดังกล่าวสามารถนำมาผลิตอาวุธชีวภาพได้แต่ก็ไม่ร้ายแรงเท่ากันเชื้อแอนแทรกซ์
       
       ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคดังกล่าวเกิดขึ้นจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า เบอร์โคลเดอเรีย สูโดเมอร์ริอาย (Burkholderia pseudomallei) พบได้ในนาข้าวใน นอกจากจะพบในภาคอีสานแล้วยังพบๆได้ในภาคเหนือ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 40-50 ปี ส่วนการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นลักษณะเกิดจากสิ่งแวดล้อมสู่คน เนื่องจากค่ากรดด่าง ของดินในภาคอีสานสูงกว่าพื้นที่อื่น จากการติดตามสถานการณ์การระบาดพบว่า ประเทศไทยมีอัตราป่วยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุด
       
       นพ.คำนวณกล่าวด้วยว่า หากมีการเอกซเรย์ปอดในผู้ป่วยจะพบว่ามีฝ้าขาว และมีหนอง การรักษาต้องมีการฉีดยาปฏิชีวนะ และให้กินยาต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่มีอาการจะรุนแรง ส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ไต ตับ การระบาดของโรคพบมากในช่วงฤดูฝน

 

ที่มา   ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 สิงหาคม 2553  

< Previous   Next >