Home arrow News arrow ไข้เลือดออกทะลุปรอท 'ยุงลาย' ตัวน้อยนิด ทำพิษมหาศาล
ไข้เลือดออกทะลุปรอท 'ยุงลาย' ตัวน้อยนิด ทำพิษมหาศาล Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 18 สิงหาคม 2010
มันมากับฝน มันชอบกินเลือด มันชอบกัด มันอยู่ในแหล่งน้ำขัง มันคือ 'ยุงลาย' มันอยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาทุกปีๆ คือ 'โรคไข้เลือดออก'
       
       ซึ่งในตอนนี้สถานการณ์ โรคไข้เลือดออก อยู่ในภาวะน่าเป็นกังวล เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมามากถึง 83 เปอร์เซ็นต์ โดยตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2553 มีผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมแล้วประมาณ 54,592 คน เสียชีวิต 63 คน ช่วงอายุของผู้ป่วยโรคไข้เลือกออก 10 ขวบ-24 ปีพบมากที่สุด 70 เปอร์เซ็นต์

    นอกจากสาเหตุหลัก คือ 'ฤดูฝน' ที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกแล้ว วิถีชีวิตของคนไทยที่เป็นอยู่และเปลี่ยนไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคไข้เลือดออกนี้เพิ่มการแพร่ระบาดได้สะดวกขึ้น
       
       ทั้งจากสาเหตุวัฒนธรรมการใช้ชีวิต การชอบกักเก็บน้ำไว้ใช้ จนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายชั้นเลิศ แม้แต่กระแสแฟชั่นเกาหลี 'เลคกิ้ง' ที่แพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นตอนนี้ก็กลายมาเป็นหนึ่งช่องทางที่ช่วยในการกระจายเชื้อของโรคไข้เลือดออกด้วย
       
       วิถีชีวิตคนไทย เอื้อประโยชน์ให้ยุงลาย
       
       ต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนไทยยังเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการแพร่เผ่าพันธุ์ของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคของไข้เลือดออก เนื่องจากคนไทยเป็นสังคมที่ชอบเก็บน้ำไว้ใช้ตามภาชนะต่างๆ จึงกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงอย่างดี และการจะเปลี่ยนวิถีชีวิตคนไทยไม่ให้เก็บน้ำไว้ใช้ถือว่าเป็นไปไม่ได้เลย
       
       ดร.อลงกต พลวัฒน์ หัวหน้าแผนกชีววิทยา แมลงพาหะนำโรค แห่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร ผู้คลุกคลีกับยุงมาอย่างยาวนาน บอกว่า
       
       “บ้านเราถือว่าเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะเลือกเก็บน้ำในภาชนะต่างๆ เพราะขัดต่อวิถีชีวิตมากๆ ต่างประเทศเขาจะมีปัญหาน้อยกว่าเราเพราะเขาใช้ฝักบัวเป็นหลัก แต่คนไทยจะให้อาบน้ำร้อนๆ จากฝักบัวช่วงกลางวันคงไม่ไหว หรือในต่างจังหวัดก็ต้องรองน้ำสำรองไว้เผื่อน้ำไม่ไหล”
       
       นอกจากนี้ พฤติกรรมการบริโภคที่มักจะใช้แก้วพลาสติก กล่องโฟม แล้ววางทิ้งไว้ตามแหล่งต่างๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ช่วยเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
       
       “เมื่อฝนตกลงมาก็กลายเป็นแหล่งน้ำขังที่สะอาดพอสำหรับยุงลาย ตามข้างบ้านคน แหล่งชุมชน ซึ่งยุงลายจะมีรัศมีการบินไม่เกิน 50-100 เมตร เวลามีการระบาดก็จะมีการพ่นสเปรย์ฆ่าแมลงโดยรอบ 100 เมตร เพราะยุงเหล่านี้จะบินได้ไม่ไกล แต่ความจริงยุงมันไม่ต้องบินไกลก็ได้ เพราะทั้งคนอยู่กันมากมายเป็นแหล่งอาหาร และมีแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีให้กับลูกน้ำ”
       
       ทั้งนี้ ทัศนคติคนไทย ยุงก็เหมือนญาติ เมื่อเจอยุงคนไทยส่วนมากจะไม่รู้สึกว่าผิดปกติหรือเป็นอันตราย ยิ่งถ้าไม่เคยได้สัมผัสกับโรคไข้เลือดออก มีญาติหรือคนรู้จักป่วยเป็นโรคนี้ก็ยิ่งจะเมินเฉย
       
       “จริงๆ แล้วผมว่าคนไทยรู้ว่าควรต้องทำอย่างไร หาฝาปิดภาชนะ โรยทรายอะเบท กำจัดแหล่งน้ำขัง แต่เรื่องของเรื่องมันอยู่ที่ทัศนคติมากกว่า เพราะคนไทยไม่รู้สึกว่ายุงเป็นสิ่งแปลกปลอม เหมือนเจอญาติไม่รู้สึกว่าผิดปกติ ยิ่งถ้าไม่มีญาติเคยป่วยเป็นไข้เลือดออกก็ยังไม่รู้สึก
       
       “ถ้าเปลี่ยนบ้านเดียว รอบๆ บ้านไม่เปลี่ยนก็ไม่ช่วยอะไร ยิ่งหลายๆ คนเชื่อว่าอยู่สูงๆ จะไม่เจอยุงแล้วไม่ต้องทำอะไร นี่ถือว่าเป็นความคิดที่ผิดเพราะยุงมันบินได้สูง 3-4 เมตรก็จริง แต่นับจากแหล่งเพาะพันธุ์นะครับ ไม่ใช่พื้นดิน ถ้ายุงมันเกิดบนชั้นสูงๆ มันก็อยู่บนนั้นอยู่ แถมยุงก็มีสิทธิ์ขึ้นลิฟท์ ขึ้นเครื่องบินได้ด้วย”
       
       วัยรุ่นไทยใส่ 'เลคกิ้ง' เสี่ยง เป็นโรคไข้เลือดออก?
       
       นอกจากวิถีชีวิตคนไทยที่เอื้อต่อการขยายเผ่าพันธุ์ของยุงลายแล้ว พฤติกรรม ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของกลุ่มเสี่ยงก็มีผลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้เลือดออกด้วยเช่นกัน
       
       ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า จำนวนผู้ที่ติดเชื้อไข้เลือดออกอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นสูงที่สุด ด้วยเหตุนี้ทางกระทรวงฯ จึงออกมาเตือนวัยรุ่นไทยวัยโจ๋ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการถูกยุงลายกัด
       
       “การสวมเสื้อผ้าโทนสีดำ มืด โดยเฉพาะเทรนด์แฟชั่นฮิตจากเกาหลี 'เลคกิ้ง' สีดำ ซึ่งเป็นสีที่ยุงลายโปรดปรานมากเป็นพิเศษและยุงชนิดนี้จะออกหากินช่วงกลางวันอยู่แล้ว ทำให้ผู้ใส่มีความเสี่ยงถูกยุงลายซึ่งมีปากแหลมกัดเจาะผ่านรูผ้ายืดของกางเกงเข้าไปดูดเลือดได้โดยง่าย”
       
       หากยุงที่กัดมีเชื้อไข้เลือดออกก็จะทำให้ติดเชื้อและป่วยได้ กระทรวงฯ จึงขอแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงใส่เสื้อผ้าสีโทนทึบ โทนดำ เพื่อหลีกเลี่ยงการยั่วยวนยุงลาย ควรเลือกใช้เสื้อผ้าสีอ่อนๆ สวมใส่กางเกงที่ป้องกันไม่ให้ยุงลายกัดได้ เช่นกางเกงยีนส์ หรือกางเกงผ้าหนาๆ
       
       ด้านไข่ตุ๋น วัยรุ่นสาวที่นิยมใส่เลคกิ้งสีดำในการแต่งตัว ก็แสดงความคิดเห็นว่า การจะเสี่ยงที่จะถูกยุงลายกัดนั้น ไม่เกี่ยวกับการใส่เสื้อผ้า ขึ้นอยู่กับสถานที่ต่างหาก
       
       “ไม่เกี่ยวกันเท่าไหร่หรอก เพราะถ้าเราใส่แล้วไม่ได้ไปในที่ที่มียุงลายก็ไม่เป็นอะไรนะ คือเราก็รู้ว่าเราจะต้องไปไหน แต่งตัวยังไง สถานที่ที่วัยรุ่นไปไม่ค่อยมียุงหรอก”
       
       บางครั้งการอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ทำให้ยุงลายบินมาหา แต่บางครั้งพฤติกรรม สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา กลายเป็นสิ่งที่เรียกยุงมาก็เป็นได้
       
       ดร.อลงกตบอกว่า สิ่งล่อยุ่งที่เราคิดไม่ถึงอีกสิ่งหนึ่งก็คือ ‘ตะไคร้’ ที่ใช้ทำอาหาร ถ้าหากเรานำมาแช่ไว้ในน้ำมันจะมีสารชนิดหนึ่งที่มี ‘กลิ่น’ กระตุ้นให้ยุงชอบมาวางไข่ นอกจากนี้ กลิ่นของ ‘เท้า’ มนุษย์ ก็ยังเป็นของชอบของยุงอีกด้วย เราจึงได้เห็นยุงชอบตอมรองเท้าผ้าใบบ่อยๆ ซึ่งกลิ่นของ ‘ลิมเบอเกอร์ ชีส’ (Limburger Cheese) ที่คล้ายคลึงกับกลิ่นเท้ามนุษย์ ก็โดนหางเลขกลายเป็นกลิ่นที่ชื่นชอบของยุงด้วยเช่นกัน
       
       ส่วนเรื่องของ ‘สี’ ก็เป็นอย่างที่เรามักได้ยินกันมายาวนาน นั่นคือ ‘สีดำ’ เป็นสีที่ดึงดูดกว่าสีอื่นๆ นั่นเอง
        
       “ถ้ายิ่งมีความต่างของสีเยอะเท่าไร เช่น สีดำบนพื้นขาว ก็จะทำให้ยุงเห็นได้ชัดขึ้นก็จะยิ่งชอบมากเป็นพิเศษ รวมถึงคนผิวคล้ำก็มีแนวโน้มที่จะดึงดูดยุงมากกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าผิวขาวจะไม่โดนยุงกัดนะครับ เพราะบางคนที่มีกรดบางชนิดที่เป็นที่ชื่นชอบของยุงบางครั้งโดนกัดมากกว่าคนผิวคล้ำเสียอีก”
       
       มันมากับฝนและการขยายตัวของเมือง
       
       “โดยทั่วไปของโรคนี้ มีผลการศึกษาจากหลายๆ ที่ยืนยันว่าปริมาณน้ำฝนนั้นมีผลต่อการระบาด เป็นโรคที่ขึ้นลงตามฤดูกาล หน้าฝนจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเริ่มมีฝนตกมีน้ำขังในภาชนะ พอพ้นหน้าฝนไปแล้ว ผู้ป่วยก็จะเริ่มคงที่และลดลง เรื่องนี้มีคนสันนิษฐานกันว่า เมื่อมีฝนตกหนัก น้ำที่เคยขังอยู่ในภาชนะต่างๆ ก็จะเริ่มมีการถ่ายเท ทำให้ยุงลดลงไป เพราะยุงไม่สามารถวางไข่ได้ แต่ทั้งนี้ยังเป็นเรื่องที่ยังไม่มีงานวิจัยใดๆ มารองรับ แต่พอย่างเข้าฤดูหนาว ผู้ป่วยจะลดลงอย่างรวดเร็ว”
       
       นายแพทย์ธราวิทย์ อุปพงษ์ นายแพทย์ชำนาญการด้านระบาดวิทยา สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข เล่าถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ซึ่งเขาได้บอกอีกว่าปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่ทำให้โรคไข้เลือดออกระบาดในเมืองนั้นก็เนื่องมาจากความเป็นเมืองนั่นเอง
       
       “เป็นที่รู้กันทั่วไปอยู่แล้วว่าไข้เลือดออกเป็นโรคของคนเมือง แตกต่างจากไข้มาลาเรียซึ่งเป็นโรคที่ระบาดในป่าลึก ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากในเมืองนั้นมีภาชนะที่น้ำสามารถขังได้อยู่เยอะกว่า ไม่ว่าจะเป็นชามโฟม ไล่ไปถึงยางล้อรถ เรียกว่าอะไรก็ตามที่น้ำขังได้ก็เป็นบ่อเกิดของยุงได้ทั้งนั้น”
       
       ส่วนสาเหตุที่กลุ่มผู้ป่วยในปัจจุบันเป็นวัยรุ่นนายแพทย์ธราวิทย์ก็ให้คำตอบว่าเมื่อคนเราติดเชื้อไข้เลือดออกไปแล้ว ก็จะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต แต่ไวรัสไข้เลือดออกนั้นมีทั้งหมด 4 ฟีโลไทป์ (ชนิด) คือ ถ้าเป็นฟีโลไทป์ใดไปแล้วก็จะไม่ติดซ้ำ แต่ยังมีโอกาสเป็นใน 3 ฟีโลไทป์ที่เหลือ ซึ่งผู้ใหญ่ที่มีอายุมากแล้ว หมายความว่าเขาโดนยุงกัดมาเยอะแล้ว และก็อาจจะติดเชื้อไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปหาหมอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นไข้เลือดออกหรือโรคใดกันแน่ ดังนั้น คนในวัยที่มีอายุก็จะไม่ค่อยเจอว่าเป็นไข้เลือดออกสักเท่าไร จะเป็นกับพวกวัยรุ่นที่ยังไม่เคยเป็นมากกว่า
       
       “เมื่อก่อนหน้านี้คนที่เป็นไข้เลือดออกนั้นจะมีอายุอยู่ในระดับเด็กประถม แต่ในทุกวันนี้คนที่เป็นมากกลับเป็นคนที่อยู่ในวัยมัธยมและมหาวิทยาลัย น่าจะเนื่องมาจากสมัยก่อนนั้นคนเราไม่มีการดูแลตัวเองในช่วงวัยเด็ก แต่ต่อมากลายเป็นว่า ในช่วงวัยเด็กนั้นเราดูแลตัวเองดีขึ้น กลุ่มผู้ป่วยเลยย้ายระดับอายุมาอยู่ที่วัยรุ่นแทน”
       
       เมื่อยุงลายกลายพันธุ์!
       
       สายพันธุ์ของไข้เลือดออกนั้นจะมีประกอบด้วยกัน 4 สายพันธุ์ ซึ่งตัวเชื้อนี้ ‘ไม่มี’ การกลายพันธุ์ แต่อย่างใด เพียงแต่ยากต่อการคาดการณ์ว่าปีนี้เชื้อตัวไหนจะมาแรงในแต่ละปี หรือแต่ละพื้นที่ เช่น ปีนี้จะมีสายพันธุ์ที่ 2 และ 3 ค่อนข้างมากซึ่งจะต่างจากปีอื่นๆ มันจะไม่มีรูปแบบเลย เราไม่สามารถคาดเดาได้เลย
       
       แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะ ‘ตัวยุง’ นั้น ดร.อลงกต ยืนยันว่ามีการ ‘กลายพันธุ์’ อย่างแน่นอน
       
       “การใช้ยาฆ่าแมลงต่างๆ กับยุง จะทำให้พฤติกรรมของยุงเปลี่ยนไปตั้งแต่หลบซ่อนเก่งขึ้น รวมไปถึงเกิดอาการ ‘ดื้อยา’ โดยการเปลี่ยนแปลงเอนไซม์ในร่างกายให้สามารถกำจัดพิษเหล่านี้ออกไปได้ กระทรวงฯ อาจจะต้องเปลี่ยนตัวยา หรือเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนสำหรับผู้ใช้ในบ้านแนะนำว่าให้ปิดประตูหน้าต่างให้ดีแล้วฉีดพ่นให้ตายให้หมด จะยังได้ผลดีอยู่ แต่ถ้าพ่นใส่แล้วปล่อยให้เล็ดลอดออกไปได้ อันนั้นจะเป็นปัญหาเพราะยุงรุ่นต่อๆ มาจะเริ่มกลายพันธุ์สู้ฤทธิ์ยามากขึ้น” ด็อกเตอร์ด้านยุง เผยเคล็ดลับด้วยว่า ‘ตียุงต้องตีให้ตาย’
       
       แต่สิ่งประดิษฐ์ที่เวิร์กที่สุดในความเห็นของนักชีววิทยาผู้นี่ก็คือ ‘ไม้ช็อตยุง’ นั่นเอง
       
       “ไม้ช็อตยุงนี่ดีที่สุด เพราะยังไงยุงก็ตายแน่ๆ ไม่มีกลายพันธุ์ด้วย เพียงแต่ต้องลำบากนั่งไล่ตีไปเรื่อยๆ”
       
       “วิธีเดียวที่คนไทยทำได้ตอนนี้ต้องพยายามไม่ให้ยุงกัดและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ บ้านใครบ้านมันรับผิดชอบกันเองให้ได้”
       
       ………
       
       ใส่ใจสุขภาพตัวเองเพิ่มอีกสักนิด มองสิ่งรอบข้างอีกสักหน่อย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่างๆ ในฤดูกาลฝนกระหน่ำซึ่งมากับโรคภัยนานาชนิด ตัวเราเองเป็นส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ได้เช่นกัน
       
       >>>>>>>>

 

ที่มา  ASTVผู้จัดการรายวัน 17 สิงหาคม 2553 

Last Updated ( ศุกร์, 20 สิงหาคม 2010 )
< Previous   Next >