Home arrow News arrow นักวิชาการย้ำวิจัยพบ"โรคลีเจียนแนร์"เสี่ยงระบาดภาคเหนือจริง พบเชื้อ"ลีจิโอเนลลา"
นักวิชาการย้ำวิจัยพบ"โรคลีเจียนแนร์"เสี่ยงระบาดภาคเหนือจริง พบเชื้อ"ลีจิโอเนลลา" Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 22 กรกฎาคม 2010

ในสถานประกอบการกว่า 40% อัตราเสี่ยงตายสูง20% ถ้ารักษาไม่ถูก

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 21 กรกฎาคม 2553 21:00


จากการเสนอข่าวโรคลีเจียนแนร์แพร่ระบาดในภาคเหนือ และต่อมา นายแพทย์ มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาปฏิเสธไม่มีการแพร่ระบาดโรคดังกล่าว

ล่าสุด วันนี้(21 ก.ค.) นายอิ่นใจ วงศ์รัตนเสถียร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์อนามัยที่ 10 เชียงใหม่ ออกมาระบุถึงผลการวิจัยอีกครั้งว่า ตั้งแต่ปี 2549 ยืนยันพบการระบาดของเชื้อลีจิโอเนลลาในประเทศไทยครั้งแรก พ.ศ.2538 ที่พัทยา จ.ชลบุรี มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษป่วยด้วยโรคลีเจียนแนร์ 1 คน พ.ศ.2542 พบผู้ติดเชื้อเป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอีก 3 คน ที่ จ.เชีงใหม่ และพฤศจิกายน 2549 มีรายงานพบผู้ติดเชื้อลีจิโอเนลลาจากการเข้าพักโรงแรมใน จ.ภูเก็ต อีกจำนวน 6 คน ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะภาคเหนือ แต่เปิดเผยข้อมูลตัวเลขไม่ได้ เกรงจะส่งผกระทบภาคการท่องเที่ยว  

นายอิ่นใจ กล่าวอีกว่า โรคลีเจียนแนร์พบครั้งแรก พ.ศ.2519 ประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งนั้นมีผู้ป่วยเสียชีวิตภายใน 2 วัน ถึง 34 คน ปัจจุบันยังเป็นที่วิตกกังวลของต่างชาติ และเป็นโรคถูกเฝ้าระวังในกลุ่มนักท่องเที่ยว แต่สำหรับประเทศไทยถือเป็นเรื่องใหม่ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ แต่ด้วยความอันตรายโรคนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญต้องแจ้งให้ประชาชนมีความรู้และป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธี ดีกว่าจะปล่อยให้ระบาดหนักแล้วค่อยมารณรงค์ป้องกันภายหลัง

"จากการตรวจสอบระบบแอร์ ระบบจ่ายน้ำร้อนน้ำเย็น สระน้ำ และหอหล่อเย็นในโรงแรมและสถานประกอบการไม่ต่ำกว่า 100 แห่งในภาคเหนือ มีอัตราการพบเชื้อลีจิโอเนลลากว่าร้อยละ 40 ซึ่งถือว่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดมาก สำหรับการป้องกันและควบคุมโรคได้กำชับไปยังสถานประกอบการ โรงแรม โรงงาน ห้างสรรพสินค้า ให้ความสะอาดช่องแอร์ สระว่ายน้ำ ก๊อกน้ำ ฝักบัว และหอหล่อเย็นซึ่งมักจะพบเชื้อลีจิโอเนลล่ามากที่สุด พร้อมให้ความรู้กับพนักงานโรงแรมทำความสะอาดอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง ส่วนการป้องกันตัวเองของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้สูบบุหรี่ ผู้มีภาวะโรคติดต่อ โรคประจำตัว อาจจตกเป็นกลุ่มเสี่ยงควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารมีประโยชน์และหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่อาจมีการแพร่ระบาดคล้ายกับการป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่หากจำเป็นเข้าไปก็ควรใช้ผ้าคาดปิดจมูกเพื่อการป้องกัน"

นายอิ่นใจ ระบุอีกว่า โรคนี้เป็นอันตรายกว่าไข้หวัด 2009 เพราะภาวะโลกร้อนทำให้เชื้อลีจิโอเนลลามีการเคลื่อนตัวและแปรสภาพจนปรับตัวอยู่ในอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 50 องศาเซลเซียส ซึ่งการอยู่ได้ทั้งในอุณหภูมิสูงและต่ำทำให้เชื้อมีชีวิตได้นานและฆ่าให้ตายยาก นอกจากนี้ยังมีระยะฟักตัวของเชื้อ 24-48 ชั่วโมง หากผู้ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษาอาจเสียชีวิตได้จากภาวะปอดอักเสบชนิดรุนแรงภายใน 3 สัปดาห์ มีความเสี่ยงจะเสียชีวิตถึงร้อยละ 20

ทั้งยังระบุว่า อาการของโรคนี้คล้ายกับไข้หวัดใหญ่ คือจะมีลำดับขั้นของอาการเริ่มจากเป็นไข้ ปวดศีษะ ปวดเมื่อย ไม่มีแรง ปวดกล้ามเนื้อ สูญเสียการรับรสของอาหาร และหากเชื้อเข้าสู่ปอดจะเกิดปอดอักเสบชนิดรุนแรง มีไข้สูง 39-41 องศาฯ  จนบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตหากร่างกายไม่แข็งแรง โดยโรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียต่างจากหวัดใหญ่ที่เกิดจากไวรัส หากผู้ให้รักษาไม่วินิจฉัยให้ดีอาจให้การรักษาให้ยาผิดจนส่งผลกับผู้ป่วยได้

นายอิ่นใจ กล่าวด้วยว่า หลังจากพบผู้ป่วยติดเชื้อลีจิโอเนลลา กรมอนามัยได้ออกประกาศเรื่องข้อปฏิบัติในการควบคุมเชื้อลีจิโอเนลลาในหอผึ่งเย็นของอาคารในประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2544 โดยกำหนดข้อปฏิบัติในการป้องกันและควบคุมโรค ส่วนที่ยังไม่มีข่าวในเรื่องนี้มากนักอาจเป็นเพราะเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก ที่สำคัญความรุนแรงของโรคดังกล่าวอาจมีผลต่อการท่องเที่ยวเนื่องจากองค์กร European Union Center for Dissease Control  (EUCDC) ซึ่งเป็นศูนย์เฝ้าระวังละติดตามโรคที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะขึ้นแบล็กลิสต์รายชื่อโรงแรมและสถานที่ที่พบเชื้อพร้อมประกาศเผยแพร่ทันที

< Previous   Next >