Home arrow News arrow เผยคนไทยเสี่ยงป่วยเรื้อรังเพิ่ม-เริ่มวัยรุ่นไม่ออกกำลังกายถึง 39 ล้านคน
เผยคนไทยเสี่ยงป่วยเรื้อรังเพิ่ม-เริ่มวัยรุ่นไม่ออกกำลังกายถึง 39 ล้านคน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 05 กรกฎาคม 2010
       ห่วงอนาคตคนไทย แห่เข้าโรงพยาบาลไม่หยุด มี 39 ล้านคนเสี่ยงป่วยโรคเรื้อรัง สธ.เผย คนไทยป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม และแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ชี้สาเหตุสำคัญมาจาก 2 เรื่องใหญ่ ได้แก่ กินอาหารไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกาย

      วันนี้ (4 ก.ค.) ที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ สุคันธสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นพ.อุทัย สุดสุข ประธานกรรมการมูลนิธิอุทัยสุดสุข เปิดการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพระยะทาง 3 กิโลเมตร และการวิ่งมินิมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จากหน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ข้ามสะพานพระนั่งเกล้าใหม่ ไป-กลับ ระยะทาง 12.9 กิโลเมตร เพื่อส่งเสริมกีฬาวิ่งมินิมาราธอน กระตุ้นให้ประชาชนเข้าร่วมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและชุมชน และหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
       
       นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม ทั้งเบาหวานความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นจำนวนมาก แนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี สาเหตุสำคัญมาจาก 2 เรื่องใหญ่ ได้แก่ กินอาหารไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกาย โดยข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2552 สำรวจพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป พบว่า ร้อยละ 90 กินอาหารที่มีไขมัน กว่าครึ่งกินขนมกรุบกรอบ พบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุ 6-14 ปี อีกร้อยละ 14 กินอาหารฟาสฟูดส์ และร้อยละ 31 ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน พบมากในกลุ่มวัยทำงานอายุ 25 – 59 ปี
       
       นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อไปว่า การออกกำลังกายจะมีผลทำให้สุขภาพดี ป่วยน้อยลง โดยข้อมูลในปี 2550 พบว่า ผู้ป่วยที่ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล จำนวน 9 ล้านคน เป็นผู้ที่ไม่ออกกำลังกายมากถึง 6 ล้านคน ส่วนในกลุ่มคนป่วยที่นอนในโรงพยาบาลจำนวน 3 ล้านกว่าคน พบ 2 ใน 3 เป็นผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกาย ขณะเดียวกันพบว่าคนที่ออกกำลังกายติดต่อมากกว่า 3 เดือน จะมีอัตราป่วยเพียงร้อยละ 17 ส่วนคนที่ออกกำลังกายติดต่อกันน้อยกว่า 1 เดือนมีอัตราป่วยร้อยละ 24 แต่ผลสำรวจล่าสุดในปีเดียวกัน พบคนไทยอายุ 11 ปีขึ้นไปซึ่งมี 55 ล้านคน ไม่ออกกำลังกายมากถึง 39 ล้านคน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก
       
       “หากไม่มีการกระตุ้นให้คนไทยหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร ลดอาหารไขมัน เค็ม และหวาน เชื่อว่า ในอนาคตคนไทยจะเผชิญปัญหาโรคอ้วนและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไตวาย มะเร็ง โรงพยาบาลจะต้องรับภาระหนักในการรักษาผู้ป่วย ทั้งงบประมาณ และบุคลากร ในการป้องกันควบคุมโรคเรื้อรังเป็นเรื่องที่ยาก เพราะโรคเหล่านี้ไม่มีวัคซีนป้องกันเหมือนโรคติดเชื้อและไม่มียารักษาให้หายขาด มีแต่ยาควบคุมอาการ เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกันทั่วโลก ทุกคนต้องลงทุนเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวเองจึงจะได้ผล” นพ.ไพจิตร์ กล่าว
       
       นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ทุกจังหวัดทำการตรวจค้นหาโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมดังกล่าว ในปี 2553 พบคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไปป่วยเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงกว่า 4 ล้านคน เสี่ยงจะเป็นอีก 4 ล้านคน และเป็นทั้ง 2 โรค 635,850 คน ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข จะเร่งรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ป้องกันคนที่มีสุขภาพดี คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงไม่ให้ป่วย และดูแลคนที่ป่วยแล้วไม่ให้อาการกำเริบรุนแรง
       
       โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสม.เป็นทัพหน้าเดินเครื่องในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และมีทิศทางการทำงานชัดเจนทุกตำบล โดยกิจกรรมที่จะต้องปลูกฝังให้เกิดเป็นนิสัย ก็คือ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน กินอาหารรสไม่จัด ลดอาหารเค็ม ไขมันสูง และของหวานเพิ่มการกินผัก ผลไม้ให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 400 กรัม หรือ 4 ขีดตามมาตรฐานโลกรวมทั้งไม่สูบบุหรี่ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
       
       ด้านนพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การวิ่งเพื่อสุขภาพและวิ่งมินิมาราธอนในวันนี้ เป็นกิจกรรมในโครงการรณรงค์รวมพลังสร้างสุขภาพดี ชีวีมีสุข : นนทบุรีมาราธอน พ.ศ.2552-2554 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี จังหวัดนนทบุรีองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลนครปากเกร็ดและมูลนิธิอุทัย สุดสุข ร่วมกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4กรกฎาคม 2553โดยผู้ที่ชนะเลิศการวิ่งมินิมาราธอนประเภทชายรวมและหญิงรวม จะได้รับถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ส่วนผู้ชนะการแข่งขันทั้งชายและหญิงอันดับ 1-5 จะได้รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ตามลำดับ ชมรมวิ่งที่ส่งนักวิ่งเข้าร่วมแข่งขันมาก 5 อันดับแรก จะได้รับถ้วยเกียรติยศจากมูลนิธิอุทัย สุดสุข สำหรับผู้เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพและนักวิ่งมินิมาราธอนที่เข้าเส้นชัยจะได้รับเหรียญที่ระลึกทุกคน
       
       ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานครั้งนี้ จะน้อมเกล้าถวายสมทบมูลนิธิในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโครงการอื่นๆ ตามพระราชอัธยาศัย

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กรกฎาคม 2553 

< Previous   Next >