Home arrow News arrow 5 กลุ่มโรคร้ายที่มากับสายฝน
5 กลุ่มโรคร้ายที่มากับสายฝน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 30 มิถุนายน 2010
       ทุกๆ ปีเมื่อฤดูฝนมาเยือน สาธารณสุขพบว่ายอดตัวเลขจำนวนผู้ป่วยจะขยับขึ้นสูงเป็นเงาตามตัวไปด้วย เนื่องด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้โรคหลายชนิดสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว ทั้งๆ ที่บางโรค หากรู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้อง และใส่ใจต่อสุขอนามัยเพิ่มขึ้นอีกนิด ก็ไม่ต้องเจ็บป่วยแล้ว 5 โรคร้ายที่มากับสายฝน ที่หนุ่มๆ ต้องเฝ้าระวังมีอะไรบ้าง มาดูกัน

1.กลุ่มโรคติดต่อทางน้ำและอาหาร
       
       ที่พบบ่อยก็ได้แก่โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea) บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ สาเหตุเกิดจากกินอาหาร ดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน หรือกินอาหารสุกๆ ดิบๆ สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว ปรสิตและหนอนพยาธิ แนวปฏิบัติในการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคอุจจาระร่วง คือ เลือกอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างปลอดภัย เช่น เลือกนมที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ ผักผลไม้ควรล้างด้วยน้ำปริมาณมากๆ ให้สะอาดทั่วถึง ปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทาน รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หากจำเป็นต้องเก็บอาหารที่ปรุงสุกไว้นานกว่า 4-5 ชั่วโมง ควรเก็บไว้ในตู้เย็น ส่วนอาหารสำหรับทารกนั้นไม่ควรเก็บข้ามมื้อ ก่อนที่จะนำอาหารมารับประทานควรอุ่นให้ร้อน ไม่นำอาหารที่ปรุงสุกแล้วมาปนกับอาหารดิบอีก เพราะอาหารที่สุกอาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้ ล้างมือให้สะอาด ไม่ว่าจะเป็นก่อนการปรุงอาหาร ก่อนรับประทาน โดยเฉพาะหลังการเข้าห้องน้ำ ดูแลความสะอาดของพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร ล้างทำความสะอาดหลังการใช้ทุกครั้ง เก็บอาหารให้ปลอดภัยจากแมลง หนู หรือสัตว์อื่นๆ และใช้น้ำสะอาดในการปรุงอาหาร และควรระวังเป็นพิเศษในการใช้น้ำเพื่อเตรียมอาหารทารก
       
       2.กลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
       
       สำหรับโรคในกลุ่มนี้ที่พบบ่อยได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ และโรคปอดบวม โดยเฉพาะโรคปอดบวมนั้นมีอันตรายถึงชีวิตได้ อาการเริ่มจากไข้ ไอ หายใจเร็ว หรือหอบเหนื่อย
       
       3.กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง
       
       ที่ต้องเฝ้าระวังได้แก่ โรคเลปโตสไปโรซิส หรือไข้ฉี่หนู อาการเด่นๆ ของโรคนี้คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ มักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและโคนขาอย่างรุนแรง และตาแดง
       
       4.กลุ่มโรคติดต่อที่เกิดจากยุง
       

       3 โรคที่สำคัญ ได้แก่ ไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งกว่าร้อยละ 80 เป็นยุงลายที่อยู่ในบ้าน ไข้สมองอักเสบ เจ อี (Japanese Encephalitis) มียุงรำคาญซึ่งมักแพร่พันธุ์ตามแหล่งน้ำในทุ่งนาเป็นตัวนำโรค และโรคมาลาเรีย มียุงก้นปล่องที่อยู่ในป่าเป็นพาหะนำโรค ทั้ง 3โรคนี้ อาการเริ่มจากมีไข้สูงปวดศีรษะมาก คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบ อาจทำให้พิการภายหลังได้
       
       5.กลุ่มโรคเยื่อบุตาอักเสบ หรือโรคตาแดง
       

       เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา อาการนำของโรคติดเชื้อที่เป็นลักษณะเด่นหลักๆ คือ อาการไข้ ดังนั้น ในช่วงนี้หากมีไข้สูงและเช็ดตัว หรือกินยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือไข้ยังไม่ลดภายใน 3 วัน แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพื่อรับการตรวจรักษาที่ถูกกับโรค โดยเฉพาะถ้าเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือแพทย์ทันที
       
       กระทรวงสาธารณสุขเตือนว่า ขอให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน สวมเสื้อผ้ารักษาความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ควรดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศเย็น มีความชื้นสูง จะทำให้ร่างกายที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าคนวัยอื่นๆ อยู่แล้วต่ำลงไปอีก มีโอกาสติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ง่าย ควรดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้มสุก รับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง และถ่ายอุจจาระลงส้วม หากในช่วงที่มีน้ำท่วมขังและส้วมใช้การไม่ได้ ห้ามถ่ายอุจจาระลงน้ำ ขอให้ถ่ายอุจจาระลงในถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่นแล้วนำไปฝังกลบ จัดการให้ถูกสุขลักษณะ
       
       ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข

ที่มา  ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 29 มิถุนายน 2553 

< Previous   Next >