Home
ไทยประกันชีวิต
สธ. ย้ำ"โรคหมาบ้า"พบได้ทุกฤดู มีตายแล้ว 13 ราย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 21 มิถุนายน 2010

       ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2553 มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคนี้แล้ว 13 ราย ใน 7 จังหวัด
โดยโรคนี้เกิดได้ทุกฤดูกาล โดยพื้นที่เสี่ยงพิเศษมี 2 จังหวัด คือกรุงเทพมหานครและกาญจนบุรี เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตเกือบทุกปี และเพื่อเป็นการลดปัญหาคนเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เน้นแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

        โดยร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ทั้งสุนัขและแมว ให้ได้ครอบคลุมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของสุนัขและแมวทั้งหมดในทุกพื้นที่ ติดต่อกันทุกปี โดยที่ผ่านมาพบว่า
สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนไม่ถึงร้อยละ 60 เมื่อสุนัขไม่มีเชื้อโรคคนจะไม่เป็นโรค เป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุดและเป็นที่ยอมรับขององค์กรระดับโลก 

        ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข จะทบทวนการจัดเขตปลอดโรคพิษสุนัขบ้าใหม่ร่วมกับกรมปศุสัตว์ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคพิษสุนัขบ้าในทันที
        ด้านนายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ต้นตอโรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยร้อยละ 90 มาจากสุนัข อาการสุนัขที่ปรากฏ ได้แก่ หางตก คอแข็ง น้ำลายฟูมปาก ลิ้นห้อย ไม่กินน้ำ ตื่นเต้น กระวนกระวาย อาจมีอาการดุร้ายกัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า บางตัวอาจมีอาการเซื่องซึม ไม่กินอาหาร จากนั้นจะเสียชีวิตภายใน 10 วัน หลังมีอาการ
        การเลี้ยงสุนัขไม่ให้เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ทั่วไปกำหนดให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเมื่ออายุ 3 เดือนขึ้นไป ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ในกรณีที่นำลูกสุนัขที่อายุยังไม่ถึง 3 เดือนมาเลี้ยง เพราะเชื่อว่าสุนัขจะสอนง่าย เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะลูกสุนัขอาจติดเชื้อมาก่อน หากเป็นลูกสุนัขที่ไม่มีคนดูแลและแม่สุนัขไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือไม่รู้ประวัติแม่สุนัขเลย คาดว่าลูกสุนัขจะไม่มีภูมิคุ้มกันโรค แต่ถ้าลูกสุนัขที่แม่มีประวัติฉีดวัคซีน จะมีภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้านานประมาณ 11 สัปดาห์ การนำสุนัขตัวใหม่ที่ไม่รู้ประวัติมาเลี้ยง ในระยะแรกควรแยกจากสุนัขตัวอื่น เพราะอาจจะติดเชื้อโรคต่างๆ ไปสู่สุนัขอื่น รวมทั้งโรคพิษสุนัขบ้าได้

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2553 

Last Updated ( จันทร์, 21 มิถุนายน 2010 )
< Previous   Next >