Home arrow News arrow สสจ.พะเยาระดมทีมหารือเข้ม-สกัด “โรคหูดับ” ระบาดหนัก
สสจ.พะเยาระดมทีมหารือเข้ม-สกัด “โรคหูดับ” ระบาดหนัก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 10 มิถุนายน 2010
     พะเยา - โรงพยาบาลเชียงคำ ร่วมกับชุดสอบสวนโรค สสจ.พะเยา - สัตวแพทย์ หารือมาตรการป้องกันโรคหูดับ หลังพบประชาชนกินลาบ หลู้ หมูดิบ แล้วล้มป่วยติดเชื้อโรคสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) หรือ โรคหูดับ แล้ว 17 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
      
       วันนี้ (9 มิ.ย.) ที่โรงพยาบาลเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา นายแพทย์ ไชยนันท์ ทยาวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงคำ จังหวัดพะเยา ได้เป็นประธานในการประชุมหาข้อมูลวางมาตรการค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) หรือ โรคหูดับ ที่กำลังระบาดในพื้นที่ อ.เชียงคำ และขยายวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดพะเยา โดยตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคหูดับแล้ว 17 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

       ประกอบด้วย อ.เมืองพะเยา 4 ราย เสียชีวิต 1 ราย อ.ดอกคำใต้ 2 ราย กำลังเฝ้าดูอาการ อ.จุน 3 ราย หูดับ 2 ราย อ.ปง 1 ราย และที่ อ.เชียงคำ 7 ราย กำลังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ในจำนวนนี้มีอาการหูดับไม่ได้ยินไปแล้ว 4 ราย หูดับข้างเดียว 1 ราย และมีอากรปวดต้นคอและบริเวณข้ออีก 2 ราย
      
       ในการประชุมครั้งนี้มีการนำเสนอการก่อเกิดโรคจากหมู และสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม การสังเกตอาการของหมู วิธีการค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่นิยมบริโภคลาบ หลู้ หมูดิบ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการป้องกันตนเองแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เช่น อ.เชียงคำ อ.ภูซาง ซึ่งเป็นแหล่งที่มี “โรคหูดับ” เสมือนเป็นโรคประจำถิ่นไปแล้ว ขณะที่การรักษาผู้ป่วยโรคหูดับแต่ละรายจะมีค่าใช้จ่ายตกรายละประมาณ 30,000-40,000 บาท ซึ่งเป็นยอดเงินที่สูงมาก หากมีผู้ป่วยหลาย ส่วนผู้ป่วยทั้ง 7 รายนี้ ทางโรงพยาบาลเชียงคำต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 280,000 บาท
      
       จากนั้นทีมสอบสวนโรคจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา ได้ไปสอบถามประวัติการบริโภคลาบ หลู้ หมูดิบ จากผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล คือ นายคำปัน บุญเรือง อายุ 65 ปี ที่ไปกินลาบบ้านเพื่อนมาสองวัน และไปซื้อหลู้ มากินเองที่บ้าน ปัจจุบันต้องใช้สื่อการเขียน แทนคำพูดเนื่องจากหูดับทั้งสองข้าง
      
       รายที่สอง นายกรกฏ สุนทรากรณ์ อายุ 54 ปี เพียงแค่ชิมลาบหมูดิบ ที่คนงานปรุงให้ทดลองชิมเพียงสองคำ หูดับไปหนึ่งข้าง โดยนายกรกฎ ยังฝากเตือนนักเปิบลาบดิบ ว่า ให้เลิกเปิบลาบหลู้หมูดิบ เมื่อติดเชื้อโรคหูดับแล้ว จะสูญเสียระบบประสาท ทั้งประสาทตา การทรงตัวไม่ดี หูอื้อไม่ได้ยิน
      
       รายที่ 3 นายบุญยัง เมืองมูล ต้องย้ายไปอยู่ที่ตึกที่มีบุคลากรที่มีความชำนาญ เนื่องจากอาการเริ่มทรุดมีไข้สูง และรายที่ 4 นายแสวง ศรีจันทร์ ซึ่งไปซื้อหลู้จากร้านเดียวกันกับนายคำปัน ที่ตลาดบ้านธาตุ อ.เชียงคำ หูดับทั้งสองข้าง
      
       เจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนโรค ยังกล่าวด้วยว่า ผู้ป่วยที่หูยังไม่ดับในขณะนี้ จะมีอาการในระยะยาว และหูจะเริ่มค่อยๆ ดับไปทีละน้อย
      
       ส่วนมาตรการป้องกันนอกจากให้ความรู้แก่ผู้บริโภคลาบ หลู้ หมูดิบในกลุ่มเสี่ยง ด้วยการรับประทานหมูสุกแล้ว การนำ พ.ร.บ.สาธารณสุข มาสร้างความเข้าใจแก่ร้านค้าก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการป้องกันการระบาดของโรค

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 มิถุนายน 2553 

< Previous   Next >