Home arrow News arrow สสจ.อุดรฯเตือนหน้าฝนระวังโรคมือ เท้า ปากระบาด
สสจ.อุดรฯเตือนหน้าฝนระวังโรคมือ เท้า ปากระบาด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 18 พฤษภาคม 2010
 อุดรธานี-สสจ.อุดรฯเตือนหน้าฝนเด็กเล็กเสี่ยงติดเชื้อโรคมือ เท้า ปาก แนะดูแลสุขอนามัยใกล้ชิด พบอาการติดเชื้อรีบพบแพทย์
      
       นายสัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า โรคมือ เท้า ปาก มักพบในช่วงฤดูฝน เนื่องจากสภาพแวดล้อม และ ภูมิอากาศมีความอับชื้น เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อ โดยเฉพาะช่วงเดือน พฤษภาคม – ตุลาคม มักพบผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก และ ขณะนี้พบผู้ป่วยในจังหวัดอุดรธานีแล้ว 17 ราย
      

       ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี จึงฝากเตือนมายัง พ่อ แม่ ผู้ปกครองทุกท่าน ได้แนะนำบุตรหลานและผู้เลี้ยงดูเด็กให้เอาใจใส่เรื่องความสะอาดและสุขอนามัยส่วนบุคคล สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล ต้องจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูกสุขลักษณะ หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ ให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงการกำจัดอุจจาระเด็กให้ถูกสุขลักษณะ
      
       หากพบเด็กป่วย ต้องรีบป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังเด็กคนอื่น ควรแนะนำผู้ปกครองให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ และหยุดรักษาตัวที่บ้านประมาณ 7-14 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ ระหว่างนี้ไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่แออัด อาทิ สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ และห้างสรรพสินค้า และผู้เลี้ยงดูเด็กต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระเด็กป่วย หากมีเด็กป่วยจำนวนมาก อาจจำเป็นต้องปิดสถานที่ชั่วคราว (1-2 สัปดาห์) และทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค โดยอาจใช้สารละลายเจือจางของน้ำยาฟอกขาว ๑ ส่วนผสมกับน้ำ 30 ส่วน
      
       อาการของโรคมือ ปาก เท้า นั้น หลังจากได้รับเชื้อ 3-6 วัน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการป่วย เริ่มด้วยมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 1-2 วัน มีอาการเจ็บปากและไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใส ซึ่งบริเวณรอบ ๆ จะอักเสบและแดง ต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น ๆ จะพบตุ่มหรือผื่น (มักไม่คัน) ที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย อาการจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน
      
       โรคมือ ปาก เท้า ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียาฆ่าเชื้อโดยตรง จึงควรสังเกตอาการเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบเด็กมีไข้สูง ซึม ไม่รับประทานอาหารและน้ำ อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง อาจเกิดอาการแทรกซ้อนคือ ภาวะสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือน้ำท่วมปอด ซึ่งอาจรุนแรงถึงชีวิต ควรนำเด็กพบแพทย์ทันที

 

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤษภาคม 2553 

< Previous   Next >