Home arrow News arrow โรคมือ เท้า ปาก เอ็นเทอโรกับสมองอักเสบ และอัมพาต
โรคมือ เท้า ปาก เอ็นเทอโรกับสมองอักเสบ และอัมพาต Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by ศ.นพ.ธีระวัฒน์ & ดร.สุภาภรณ์ & ผศ.นพ.ทายาท   
จันทร์, 18 ธันวาคม 2006
โรคมือ เท้า ปาก เอ็นเทอโรกับสมองอักเสบ และอัมพาต PDF Download

ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี
ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ทายาท ดีสุดจิต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
    
    โรคมือ เท้า ปาก ขณะนี้กำลังระบาดหนัก โดยเฉพาะในเขต กทม. เองมีการระบาดในโรงเรียนอนุบาลและเด็กเล็กจนต้องปิดโรงเรียนไปไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง  ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคมือ เท้า ปากเปื่อย มีได้หลายตัว โดยเป็นเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) เช่นกัน ได้แก่ Coxsackie virus A16 (CVA16) และ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งไวรัสทั้งสองจัดอยู่ในกลุ่ม (species) Human Enterovirus A (HEV-A) แต่ความสำคัญไปตกที่ EV71 ซึ่งแพร่ระบาดได้กว้างขวาง ติดต่อได้ง่าย อาการทั่วไปมีเพียงตุ่มน้ำใสที่มือ เท้า ปาก และ คอ แต่รายที่มีอาการรุนแรงซึ่งในขณะนี้ยังพบน้อยแต่ต้องเฝ้าระวังไว้จะเกิดสมองอักเสบ โดยเฉพาะที่บริเวณก้านสมอง ทำให้โคม่า เสียชีวิตรวดเร็ว และมีระบบการควบคุมการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในปอดผิดปกติ เกิดน้ำท่วมปอด รายที่อาการน้อยลงจะมีไขสันหลังอักเสบ แขน ขา อัมพาต หรือมีอาการเพียงเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
    โรคนี้ติดต่อจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนไวรัสที่ขับถ่ายมาจากอุจจาระของผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นพาหะแพร่เชื้อ และติดต่อได้จากทางการหายใจ ละอองฝอยจากการไอ จาม รวมทั้งสัมผัสกับไวรัสที่อยู่ในแผลตุ่มน้ำ หลังจากมีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ ไวรัสจะแพร่ตามกระแสเลือด และแพร่ไปสู่ระบบประสาท ในรายที่มีอาการรุนแรง อาการที่พบในระยะแรกคือ ตุ่มน้ำที่มือ เท้า และที่ปาก คอ ลิ้น กระพุ้งแก้ม ซึ่งถ้าโรคไม่หยุดยั้งจะตามต่อด้วยอาการปวดศีรษะ  ซึม ชัก การกลอกตาผิดปกติ ความรุนแรงของสมองอักเสบยังแบ่งได้เป็น 3 ระดับ โดยระดับแรกมีกระตุก สั่น เดินเซ การทรงตัวผิดปกติ ระดับที่ 2 สั่น กระตุกมากขึ้น และ มีความผิดปกติของเส้นประสาทสมอง และระดับสุดท้ายมีอาการอักเสบทั่วไปในก้านสมองส่วนล่าง ทำให้ระบบการทำงานของหัวใจและปอดล้มเหลว ผู้ป่วย EV71 ไม่จำเป็นต้องมีตุ่มน้ำทุกราย
    EV71 ก่อให้เกิดการระบาดมาแล้วใน ออสเตรเลีย ยุโรป และสหรัฐ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517จนถึงปี 2541 แต่ที่รุนแรงมากคือ การระบาดที่ซาราวัก (ตาย 34ราย) กัวลาลัมเปอร์ (ตาย 4) ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น (ตาย 3 ราย) ในปี 2540 และที่ฮ่องกงกับไต้หวัน ในปี 2541โดยที่ไต้หวันมีการระบาดรุนแรงทั่วทั้งเกาะ และมีผู้ป่วยประมาณ 130,000 ราย โดยที่มีอาการทางสมองและระบบประสาทรุนแรง 405 ราย และ 78 รายเสียชีวิต
    ในปี 2542 EV71 ระบาดที่เมืองเพิธ (Perth) ประเทศออสเตรเลีย ในช่วงระบาด 6 เดือน พบผู้ป่วยอาการรุนแรงทางสมองและไขสันหลัง 29 ราย
    จนกระทั่งปัจจุบัน ยังไม่สามารถระบุได้ว่าความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับสายพันธุ์พิเศษของ EV71หรือไม่ และอาจมีปัจจัยอื่นๆที่ทำให้โรครุนแรงจนถึงเสียชีวิต
    กลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรค มือ เท้า ปาก EV71 จะเป็นเด็กอายุส่วนใหญ่ไม่เกิน 3-6 ขวบ ทั้งนี้เนื่องจากเด็กจะได้รับเชื้อตั้งแต่เล็กๆ โดยจะค่อยๆพัฒนาภูมิต้านทานขึ้นเรื่อยๆตามอายุ ถ้าเด็กมีอาการไม่มากไม่จำเป็นต้องตระหนกตกใจ แยกเด็กป่วยจากเด็กข้างเคียง ให้ทานน้ำมากๆ และเช็ดตัวลดไข้ พร้อมให้ยาพาราเซตามอลได้ แต่ถ้าอาการมากขึ้นควรรีบรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยไม่ต้องรอให้มีอาการซึม หรือชัก หรือมีอาการหายใจหอบเร็วก่อน  
    ไม่เพียงแต่ EV71 เท่านั้นที่มีปัญหา ไวรัสอื่นๆในกลุ่มเอนเทอโรต่างก็ทำให้เกิดโรคได้หลากหลายและมีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน ตั้งแต่อาการหวัด ไข้ ผื่น เยื่อหุ้มปอดอักเสบ และภาวะติดเชื้อรุนแรงในทารกจนกระทั่งถึงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและหัวใจวาย และเกิดโรคเบาหวานตั้งแต่เด็ก รวมทั้ง ไวรัสโปลิโอซึ่งก่อให้เกิดอัมพาตและยังมีการรณรงค์ให้วัคซีนกันตลอด
    นอกจาก EV71 ไวรัส EV70 ซึ่งอยู่ในกลุ่ม HEV-D และ Coxsackie A24 (ในกลุ่มHEV-C) ก็เป็นปัญหาที่สำคัญเช่นกัน โดยทำให้มีตาแดง อักเสบอย่างรุนแรง แต่ EV70 สำคัญกว่า โดยก่อให้เกิดการระบาดของโรคตาแดงทั่วโลกมาแล้ว โดยเริ่มจากประเทศกานา ในปี 2512 ข้ามทวีปแอฟริกามายังอินเดีย ผ่านตะวันออกไกลมายังยุโรป อเมริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งประเทศไทย และยังคงพบการระบาดประปรายจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญคือ EV70 ก่อให้เกิดอัมพาตของแขนขาจากไขสันหลังอักเสบ เช่นเดียวกับโปลิโอ และการแพร่ของ EV70 จะเกิดจากการติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วย และเอามือมาขยี้ตาตนเอง
    ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ของโรคสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอัมพาตอย่างใกล้ชิด ในผู้ป่วยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และพบว่าไวรัสเอนเทอโรทั้งหมด ซึ่งรวมทั้ง EV70 และ 71 ไม่ใช่สาเหตุสำคัญในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 14 ปี โดยที่จากจำนวนทั้งหมด 598 ราย ที่ทำการตรวจหาเชื้อไวรัสเอนเทอโร ในระหว่างปี พ.ศ. 2544 ถึงปัจจุบันจะพบเพียง 29 รายเท่านั้น โดยที่เป็นผู้ใหญ่ 2 ใน 413 ราย และเด็ก 27 ใน185 ราย ในขณะที่ผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน จากการศึกษาของ พ.ญ.ธณิณี เพชรวิจิตรพบว่า ไวรัสเอนเทอโรจะเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะติดเชื้อรุนแรงถึง 36 % และเกือบทั้งหมดมีอาการทางสมอง โดยผู้ป่วยทั้งหมดติดเชื้อหลังจากที่มารดาพากลับบ้านไปแล้วหลังคลอด และได้รับเชื้อนอกโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยทั้งหมดหายดี ภายในระยะเวลา 3-4 วัน เด็กเหล่านี้น่าจะเป็นเอนเทอโรชนิดอื่นๆนอกเหนือจาก EV70 และ 71
    การระวังป้องกันตนเองที่ดีที่สุดไม่ว่าเป็นโรค มือ เท้า ปาก หรือโรคอื่นๆก็ตาม ก็คือ การรักษาสุขอนามัย ล้างมือให้สะอาดก่อนทานอาหาร หยิบอาหาร ระวังมือสกปรกป้ายตา เมื่อมีผู้ป่วยต้องแยกออก เด็กที่มีอาการป่วยควรงดไปโรงเรียน โดยเฉพาะโรคที่มีการติดต่อโดยตรงจากการไอจาม และอาหารต้องปรุงสุกเสมอ

< Previous   Next >