Home arrow News arrow คุมน้ำหนักเพิ่มความเสี่ยงโรคร้าย-ปรากฏการณ์โยโย่ส่งผลภูมิคุ้มกัน
คุมน้ำหนักเพิ่มความเสี่ยงโรคร้าย-ปรากฏการณ์โยโย่ส่งผลภูมิคุ้มกัน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 04 พฤษภาคม 2010

   เดลิเมล์ – คนนับล้านมองว่าเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการรีดไขมันส่วนเกิน แต่จริงๆ แล้วอาหารลดน้ำหนักสำเร็จรูปอาจทำให้คนกินรู้สึกไม่พอใจภายในระยะเวลาอันสั้น ขณะเดียวกัน งานวิจัยอีกชิ้นเตือนว่า การควบคุมน้ำหนักอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิต เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง หลังพบผู้ที่พยายามจำกัดอาหารมีระดับฮอร์โมนความเครียดสูง

       นักวิจัยพบว่า ชาย-หญิงที่ได้กินสปาเก็ตตี้ซอสเนื้อสูตรไขมันต่ำหมดความปลาบปลื้มเมนูนี้ภายในเวลาแค่ 5 วัน ในทางกลับกัน คนที่กินเมนูเดียวกันแต่เป็นสูตรปกติ ยังคงเอร็ดอร่อยเหมือนเดิมแม้ผ่านไปแล้ว 7 วัน
        การค้นพบนี้อาจช่วยอธิบายได้ว่าทำไมคนมากมายไม่สามารถยึดมั่นกับการไดเอ็ตได้ แม้อาหารควบคุมน้ำหนักดูเหมือนเป็นวิธีการง่ายดายในการรีดแคลอรี่ที่ไม่ต้องการออก แต่เรากลับหันหลังให้และกลับไปหาอาหารปกติ อย่างรวดเร็ว และทำให้น้ำหนักเด้งกลับมาใหม่
        นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสตอล อังกฤษ ใช้อาสาสมัครชาย-หญิง 36 คนที่มีน้ำหนักปกติ โดยขอให้อาสมัครเหล่านี้มาร่วมมื้อกลางวันทุกวันเป็นเวลา 5 วัน ทั้งนี้ครึ่งหนึ่งจะได้กินสปาเก็ตตี้ซอสเนื้อที่ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตและนำมาอุ่นในไมโครเวฟ และอีกครึ่งได้เมนูเดียวกันแต่เป็นแบบไขมันต่ำ
        อาหารทั้งสองแบบได้คะแนนความอร่อยเท่ากันเมื่อเริ่มต้นการทดลอง แต่หลังจากผ่านไป 5 วัน ความนิยมในไดเอ็ตพาสต้าลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
        เจฟฟรีย์ บรันสตรอม นักวิจัยในโครงการนี้ที่ได้ทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากเนสท์เล่ ชี้ว่านี่อาจเป็นที่มาของปรากฏการณ์โยโย่
        ความคาดหวังของอาสาสมัครว่าพาสตาไขมันต่ำจะทำให้อิ่มไม่มีการเปลี่ยนแปลงนับจากต้นจนสิ้นสุดการทดลอง แต่อาจลดลงหากนานกว่านั้น
        แม้เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าคนเราจะรู้สึกเอร็ดอร่อยกับอาหารรสหวานและมันอย่างรวดเร็ว แต่นี่ถือเป็นผลศึกษาฉบับแรกที่แสดงให้เห็นว่า เราสามารถหันหลังให้ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า ภายในเวลาสั้นมาก
        ขณะเดียวกัน งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในซานฟรานซิสโก และมหาวิทยาลัยมินเนโซตาเตือนว่า การควบคุมน้ำหนักอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิต เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง หลังพบผู้ที่พยายามจำกัดอาหาร มี คอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด เป็นปริมาณสูง
        ที่สำคัญการมีฮอร์โมนเหล่านี้สูงยังทำให้น้ำหนักพุ่งขึ้น ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดคนจำนวนมากจึงลดน้ำหนักไม่ลงเสียทีทั้งที่ลดอาหารอย่างจริงจัง
        นักวิจัยยังเตือนว่า แทนที่จะทำให้รู้สึกดีขึ้นกับตัวเอง การควบคุมอาหารยังอาจทำลายสุขภาพจิต จากการถูกบังคับให้นับปริมาณแคลอรี่และระมัดระวังกับสิ่งที่จะกิน
        ดังนั้น แพทย์จึงควรคิดให้รอบคอบก่อนสั่งให้คนไข้จำกัดอาหาร เนื่องจากอาจก่อให้เกิดผลระยะยาวต่อสุขภาพของคนไข้
        ในการทดลอง นักวิจัยศึกษาจากผู้หญิง 121 คนที่ควบคุมอาหารตามสูตรมาตรฐานคือ วันละ 1,200 แคลอรี่นาน 3 สัปดาห์ แต่ครึ่งหนึ่งได้รับคำแนะนำให้เพิ่มเป็นวันละ 2,000 แคลอรี่
        นักวิจัยยังนำตัวอย่างน้ำลายของอาสาสมัครมาวัดระดับคอร์ติซอลก่อนและหลังการศึกษา ซึ่งผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าฮอร์โมนชนิดนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังครบ 3 สัปดาห์
        งานศึกษาที่ตีพิมพ์อยู่ในวารสารไซโคโซเมติก เมดิซิน ระบุว่าเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายใช้คอร์ติซอลเพื่อเพิ่มพลังงาน เนื่องจากหากเรากินอาหารไม่เพียงพอที่จะให้พลังงานแก่ร่างกาย ร่างกายจะเริ่มผลิตคอร์ติซอลโดยอัตโนมัติ
        อาสาสมัครยังถูกขอให้จดบันทึกประจำวันของสิ่งที่กินและความรู้สึกในช่วง 3 สัปดาห์ที่ทำการทดลอง ซึ่งนักวิจัยพบว่าอาสาสมัครเครียดมาก เนื่องจากอาจมีการย้ำเตือนตัวเองว่าร่างกายกำลังขาดแคลนอาหาร
        แม้การกินอาหารที่เป็นประโยชน์ควบคู่กับการออกกำลังกายได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรีดไขมัน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้คำนึงถึงอันตรายของปรากฏการณ์โยโย่
        งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ควบคุมอาหารและลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วเพียงเพื่อจะกลับไปอ้วนใหม่ ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวลดลง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างไม่เหมาะสม

 

ที่มา  ASTVผู้จัดการรายวัน 3 พฤษภาคม 2553 

< Previous   Next >