Home arrow News arrow สธ.เตือนตู้น้ำ ปนเชื้อโรค ทำท้องร่วงตาย
สธ.เตือนตู้น้ำ ปนเชื้อโรค ทำท้องร่วงตาย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 26 มีนาคม 2010

       สธ.เตือนระวัง ตู้น้ำหยอดเหรียญช่วงหน้าร้อน อาจปนเปื้อนแบคทีเรียอันตราย ทำให้เป็นโรค เผยตั้งแต่ต้นปี มีผู้ป่วยท้องร่วงแล้วกว่า 2 แสนราย เสียชีวิตถึง 25 คน แนะสังเกตความสะอาดเป็นหลัก....

       เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการเลือกใช้บริการน้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญอย่างปลอดภัยในช่วงหน้าร้อน ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการแพร่หลายมากขึ้น ว่า ก่อนใช้บริการควรใส่ใจในมาตรฐานของตู้ที่ให้บริการด้วย เพราะหากน้ำดื่มในตู้ไม่สะอาด หรือมีเชื้อโรคปนเปื้อนในน้ำจะส่งผลให้เจ็บป่วยด้วยโรคจากน้ำเป็นสื่อตามมาได้

ทั้งนี้ จากสถิติการเฝ้าระวังโรคติดต่อจากน้ำและอาหาร โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยรวมทั่วประเทศ 238,026 ราย เสียชีวิต 25 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 377.59 ต่อประชากรแสนคน อัตราการตาย 0.04 ต่อประชากรแสนคน นอกจากนี้ น้ำไม่สะอาดยังอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการป่วยด้วยโรคระบบทางเดินอาหารอื่นๆ เช่น โรคบิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ และไวรัสตับอักเสบเอ

นพ.สมยศ กล่าวต่อว่า การเลือกใช้บริการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญแต่ละครั้งให้สังเกตสภาพภายนอกตู้ต้องสะอาด  ทำจากวัสดุแข็งแรง ทนทาน ไม่ผุกร่อน หรือเป็นสนิมจนน่ารังเกียจ จุดติดตั้งต้องมีความสะอาดโดยรอบ ตั้งอยู่บนพื้นที่เหมาะสม มีสุขอนามัย ไม่ใกล้ถังขยะ หรือสิ่งปฏิกูล ช่องรับน้ำภายในตู้ต้องสะอาด มีฝาปิดมิดชิด ไม่เป็นคราบสกปรก ปราศจากฝุ่นละอองและคราบอื่นใด หัวจ่ายน้ำต้องเป็นวัสดุที่เหมาะสม เช่น สแตนเลสไม่ควรเป็นท่อพลาสติกหรือสายยาง และที่สำคัญต้องสะอาดไม่เป็นตะไคร่หรือมีสิ่งสกปรกบริเวณหัวจ่ายน้ำ นอกจากนั้น ต้องไม่มีกลิ่นทุกชนิดปนมากับน้ำ หรือมีกลิ่นโชยขณะกดน้ำหรือจากช่องจ่ายน้ำ รวมทั้งมีสติกเกอร์การตรวจรับรองที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ

"ที่สำคัญต้องระบุชื่อผู้ตรวจ ชื่อบริษัท วันเวลาที่มาตรวจด้วย ขณะเดียว กันควรให้ความสำคัญกับการนำขวดพลาสติกหรือภาชนะอื่นๆ มาใส่น้ำ โดยหมั่นทำความสะอาดภาชนะเป็นประจำ และก่อนการนำมาใช้ซ้ำทุกครั้งต้องล้างขวดให้สะอาด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อจุลินทรีย์" อธิบดีกรมอนามัยกล่าว.


ที่มา  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2553 

< Previous   Next >