Home arrow News arrow ฟันธงลูกชิ้นเปื้อนเชื้อโรค
ฟันธงลูกชิ้นเปื้อนเชื้อโรค Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 23 กุมภาพันธ์ 2010

สธ.ชี้ไม่อันตราย ต้นเหตุเรืองแสง

ลูกชิ้นปลาเรืองแสงได้ผลพิสูจน์แล้ว สธ. ออกโรงแถลงไขข้อข้องใจ พบแบคทีเรียกลุ่มลูมิเนสเซนท์ปนเปื้อนแต่ไม่เป็นอันตรายต่อคน พบเพียงแห่งเดียวที่ จ.สมุทรสงคราม ขณะที่ อย. ระบุหากมีแบคทีเรียเกิน 1 ล้านตัวต่อ 1 กรัม เข้าข่ายมีความผิดโทษฐานผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน มีโทษปรับ  5 หมื่น แต่หากไม่มีฉลากกำกับ วัน เดือนปีที่ผลิต-วันหมดอายุ ปรับอีก 3 หมื่นบาท

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข แถลงผลการตรวจลูกชิ้นปลาเรืองแสงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่า จากการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ 28 ตัวอย่าง พบว่ามีการเรืองแสงแห่งเดียวเฉพาะโรงงานใน จ.สมุทรสงคราม โดยตรวจพบเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มลูมิเนส เซนท์ ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้เมื่อพบกับโปรตีนชนิดลูซิเฟอริน จะทำให้เกิดการเรืองแสง ซึ่งแบคทีเรียลูมิเนสเซนท์ สามารถพบได้ในน้ำทะเล สัตว์ทะเลตามธรรมชาติ โดยเฉพาะ ในช่วงหน้าหนาว แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษาใด ๆ ในโลก พบว่าแบคทีเรียชนิด นี้เป็นอันตรายต่อคน
   
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี พบแบคทีเรียชนิดนี้ในลูกชิ้นปลาเชื่อว่า น่าจะเกิดจากกระบวนการผลิตขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง จนทำให้เกิดการปนเปื้อน โดยอาจจะเป็นมือของพนักงาน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในช่วงกระบวนการการผลิตลูกชิ้นเสร็จแล้ว นำใส่ลงไปในน้ำเย็นและเมื่อพบกับโปรตีนจากเนื้อปลาจึงทำให้เกิดการเรืองแสง
   
รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ขณะ ที่คำแนะนำสำหรับประชาชน คือ ถ้าพบว่าลูกชิ้นเรืองแสง ควรหลีกเลี่ยงรับประทาน เพราะอาจจะมีแบคทีเรียตัวอื่นที่พบกับโปรตีน แล้วเกิดการเรืองแสงได้เช่นกัน และบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อคน แต่สำหรับชนิดที่ตรวจ พบครั้งนี้ไม่เป็นอันตรายต่อคน อย่างไรก็ตาม ถ้าจะรับประทานลูกชิ้นควรทำให้สุก เพราะสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ และที่สำคัญก่อนซื้อควรดูฉลากวันที่ผลิต และวันหมดอายุด้วย หรือซื้อมาแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็น และควรบริโภคลูกชิ้นที่ซื้อมาภายใน 1-2 วัน
   
รมว.สาธารณสุข กล่าวด้วยว่า ส่วนจะผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ขอเรียนว่า ตามกฎหมายระบุว่า ลูกชิ้นจะมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 1 ล้านตัวในน้ำหนัก 1 กรัม ดังนั้น จะต้องให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบจำนวนแบคทีเรียที่พบว่ามีมากน้อยแค่ไหน และถ้าพบว่ามีจำนวนแบคทีเรียในลูกชิ้นปลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะถือว่าผิดมาตรฐานของอาหาร มีโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ขณะเดียวกันบรรจุภัณฑ์จะต้องมีฉลากระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุ แต่ในกรณีนี้เบื้องต้นพบว่า ถุงที่บรรจุไม่มีฉลากกำกับไว้ ดังนั้น เจ้าหน้าที่คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คงจะดำเนินการต่อไป
   
ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีที่ ผอ.โรงพยาบาลเทิง จ.เชียงราย พบไข่กุ้งในซูชิเรืองแสง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า ยังคงบอกไม่ได้ว่า สาเหตุเกิดจากอะไร ดังนั้น อย่าไปเดาเอาเอง เพราะโดยหลักคือ จะต้องนำตัวอย่างมาตรวจสอบเท่านั้น จึงจะทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เพราะถ้าไม่มีตัวอย่างมาตรวจสอบ คงบอกอะไรไม่ได้
   
เลขาธิการ อย. กล่าวต่อว่า ส่วนการนับจำนวนแบคทีเรียที่พบในลูกชิ้นปลานั้น คงต้องรอผลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กรณีการผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อาจจะมีโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ส่วนการจำหน่ายอาหารที่ไม่มีฉลาก มีโทษปรับ 3 หมื่นบาท อย่างไรก็ดีสิ่งที่ อย.จะดำเนินการทันที คือ ให้โรงงานผลิตลูกชิ้นปรับปรุงกระบวนการผลิตใหม่ เพื่อให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย
   
นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สำหรับแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการเรืองแสงนั้น เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า คือ โฟโตแบคทีเรียม 2 ตัว มีชื่อว่า คิชิ ทานิ และลีอิโอกะนะทิ เนื่องจากได้นำดีเอ็นเอมาดู นอกจากนี้ห้องปฏิบัติการได้ตรวจพิสูจน์ โดยนำโฟโตแบคทีเรียม ใส่ลงไปในลูกชิ้นที่สะอาด แล้วเลี้ยงอยู่ 2 วัน ผลปรากฏว่า ลูกชิ้นมีการเรืองแสงเป็นสีเดียวกับตัวอย่างที่ส่งมาตรวจ แต่แบคทีเรีย ชนิดนี้ไม่ก่อโรคในคน อย่างไรก็ตามโรงงานที่ผลิตลูกชิ้นรายนี้ ได้มาตรฐานจีเอ็มพี และเท่าที่ทราบโรงงานได้เลือกปลามีคุณภาพ แต่อาจจะต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตอีกนิดหน่อยเท่านั้น
   
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวด้วยว่า เมื่อปลายปี 2551 ที่ผ่านมาทางสำนักงานสาธารณสุข จ.นนทบุรี เคยพบลูกชิ้นเรืองแสงมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้ตามที่ต้นตอโรงงานที่ผลิต แต่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ชัดเจน จึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นธรรมชาติของปลาในฤดูนี้ คือปลายฤดูหนาว ทำให้เกิดการเรืองแสง และไม่อยากให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน.

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ อังคาร ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553

< Previous   Next >