Home arrow News arrow ดึงระบบไอซีทีเฝ้าการระบาดไข้หวัดใหญ่09
ดึงระบบไอซีทีเฝ้าการระบาดไข้หวัดใหญ่09 Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 28 มกราคม 2010

        กูเกิ้ล จับมือ สสส.พัฒนาสร้างโปรแกรมจีอีโอแชท (GEO Chat) เพื่อช่วยการประมวลผลภาวะเจ็บป่วย เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ...

นพ.มงคล ณ สงขลา ประธานอนุกรรมการฯ กล่าวว่า การระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก คาดว่าจะระบาดต่อเนื่องอย่างน้อย 1-3 ปี ข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก มีการระบาดของโรคแล้ว ใน 207 ประเทศ มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากกว่า 650,000 ราย ผู้เสียชีวิตมากกว่า 8,768 ราย ส่วนไทยมีอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้น รวมถึงมีผู้เสียชีวิต ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจาก อุณหภูมิบางพื้นที่ที่ลดลง ประกอบกับการรวมตัวของคนจำนวนมากในช่วงเทศกาล

 

        ประธานอนุกรรมการฯ กล่าวต่อว่า ขณะที่สถานการณ์การระบาดในต่างประเทศ มีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง โดยในเขตเอเชียตะวันตก เอเชียกลาง และเอเชียใต้ ยังระบาดเพิ่มขึ้น ในเขตเอเชียตะวันออก บางประเทศเพิ่ม บางประเทศลดลง จึงต้องสร้าง โปรแกรมจีอีโอแชท (GEO Chat) เพื่อให้การประมวลผลภาวะเจ็บป่วย เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ด้าน นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โปรแกรมจีอีโอ แชท (GEO Chat) จะใช้วิธีให้แต่ละจังหวัดส่งข้อความสั้นหรือ SMS ไปยังส่วนกลางคือกรมควบคุมโรค ที่มีโปรแกรมประมวลผล และแยกข้อมูลออกมาเป็นรายพื้นที่ โดยขณะนี้ได้ทำการแจกซิมการ์ดให้ทุกจังหวัด เพื่อรายงานจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่ในอนาคตอาจปรับระบบให้รองรับการรายงานสถานการณ์โรคอื่นๆ ด้วย โดยจะทำให้ติดตามสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ หรือ ตลอด 24 ชม.จากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมวลผลจากทุกจังหวัดประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งยังสามารถปรับระบบให้ส่งข้อมูลได้ถึงระดับอำเภอ ตำบล ด้วย

นายมาร์ค สโมลินสกี้ ผู้อำนวยการโครงการคาดการณ์และเฝ้าระวังโรคระบาด มูลนิธิกูเกิ้ล กล่าวว่า สิ่งที่กูเกิ้ลดำเนินการคือ สนับสนุนการทำงานของนักพัฒนาไอซีทีภูมิภาคเพื่อให้ทำงานร่วมกับสาธารณสุขใน พื้นที่ได้อย่างสะดวก โดยการนำไอซีทีมาใช้ในการพัฒนาการเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อแจ้งเตือนประชาชน โดยเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้จึงเป็นประโยชน์ด้านการเฝ้าระวังที่จะสามารถ หน่วยงานต่างๆ เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ส่งผลดีให้ประชาชนตื่นตัวและป้องกันตัวเองได้

ส่วน นายอีริค รามูสเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารองค์กร อินแสต็ด ผู้ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิกูลเกิ้ล ให้พัฒนาระบบไอซีที เพื่อมาใช้ในการเฝ้าระวังโรคระบาดในภูมิภาคเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ กล่าวว่า มีการพัฒนาระบบในประเทศไทย 2 พื้นที่ในช่วงเดือนที่ผ่านมา คือ จ.มุกดาหาร และ จ.เชียงราย โดยเชื่อมต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศเวียดนาม โดยพื้นที่รอยต่อระหว่างประเทศถือว่ามีความสำคัญ เพราะมีการเคลื่อนย้ายของประชากรและทำให้เกิดการระบาดข้ามประเทศได้ และพบว่าระบบการเชื่อมต่อข้อมูล ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับข้อมูล รวดเร็วมากขึ้น สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

 

ที่มา  หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ  วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ.2553

< Previous   Next >