Home arrow News arrow เตือน'เฮติ'เจอภัยพิบัติสาธารณสุขครั้งเลวร้ายที่สุด
เตือน'เฮติ'เจอภัยพิบัติสาธารณสุขครั้งเลวร้ายที่สุด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 20 มกราคม 2010

        

Image

 

         เอเจนซี – บรรดาแพทย์ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเฮติเตือนว่า แม้ภัยพิบัติคราวนี้คร่าชีวิตผู้คนไปมากมายอาจจะถึง 200,000 คน แต่เนื่องจากประเทศยากจนยิ่งแห่งนี้มีการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ วัณโรค และมาเลเรียในอัตราสูงอยู่แล้ว รวมทั้งเด็กๆ จำนวนมากมีภาวะทุพโภชนาการ ตลอดจนสุขอนามัยก็เป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นเฮติภายหลังแผ่นดินไหวที่การสาธารณสุขอ่อนแอหนักขึ้นไปอีก จึงอาจต้องเผชิญภัยพิบัติทางการแพทย์ครั้งร้ายแรงที่สุดในอนาคตอันใกล้นี้

        พวกทีมแพทย์ที่เดินทางเข้าไปจัดตั้งโรงพยาบาลเคลื่อนที่ในเฮติกล่าวว่า โรงพยาบาลมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากมาย และหวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุเลวร้ายที่สุดในไม่ช้า หากมีโรคระบาดหรือการติดเชื้อขึ้น
       “ตอนนี้ยังไม่มีใครเริ่มนับจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งหมด คนจำนวนมากต้องทรมานกับสภาพแขนขาหักและอาการบาดเจ็บภายใน” จอน แอนดรัส จากองค์การอนามัยแพนอเมริกัน (Pan American Health Organization) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดขององค์การอนามัยโลก กล่าว
      
       “ถ้ามองไปให้ไกลสุดๆ เราคงจะเจอปัญหาใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะชาวเฮติอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงอย่างมากและจะเผชิญกับภัยคุกคามด้านสุขภาพครั้งมโหฬาร”
      
       แอนดรัสบอกอีกว่า หากผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที บาดแผลจะเกิดการติดเชื้อ “ภัยคุกคามด้านสาธารณสุขเร่งด่วนที่สุดซึ่งเป็นผลของเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ จะมาจากการเจ็บป่วยและบาดเจ็บ”
       ทั้งนี้ บาดทะยักจะเป็นอันตรายอย่างแรก ตามมาด้วยไข้หัด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคติดเชื้ออื่นๆ
      
       แอนดรัสยังบอกด้วยว่าการเผาหรือฝังศพผู้เสียชีวิตเป็นหมู่อย่างที่ทำกันอยู่ เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องทำกันถึงขนาดนั้นเลย และอาจทำร้ายสภาพจิตใจของผู้รอดชีวิตอีกด้วย
      
       นอกเหนือจากเรื่องบาดเจ็บแล้ว บรรดาแพทย์ชี้ว่าเรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือน้ำ และมีแนวโน้มว่าจะเกิดอหิวาตกโรคอีกด้วย เด็กๆ คนป่วย และผู้สูงอายุอาจเสียชีวิตจากอหิวาห์ทั้งๆ ที่โรคนี้สามารถป้องกันได้ไม่ยาก หากมีน้ำสะอาดและน้ำตาลเกลือแร่เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ
       
       เมื่อมองกันในระยะยาว บรรดาแพทย์บอกว่า ผู้หญิงชาวเฮติก็จะให้กำเนิดบุตรกันต่อไป แต่คนที่เคยแข็งแรงก็จะเริ่มป่วยจากการขาดอาหารและน้ำ
      
       “แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาอาจป่วยเป็นเบาหวานกันมากขึ้นและไม่สามารถควบคุมโรคได้” นายแพทย์สตีเฟน แฮร์ริส ผู้อำนวยการด้านการแพทย์อาวุโสประจำศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (ซีดีซี) ซึ่งมาทำงานอยู่ในเฮติระบุ และเสริมว่า “อาจมีผู้ป่วยภาวะไตวายจากการขาดน้ำด้วย”
      
       ทั้งนี้ ซีดีซีคาดการณ์ว่าจะมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ เช่น โรคหัดและมาเลเรีย ซึงแม้ว่า จะเป็นโรคระบาดที่พบได้ทั่วไป “แต่สถานการณ์จะเลวร้ายลงหลังเกิดภัยพิบัติขนาดนี้” แฮร์ริสกล่าว
       “สถานการณ์จะเลวร้ายลงก่อนที่จะกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง” โจช รักซิน ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขประจำมหาวิทยาลัยโคลัมเบียซึ่งทำงานและอาศัยอยู่ในรวันดากล่าว
      
       แต่แอนดรัส, รักซิน. และผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ยังมองเห็นประกายแห่งความหวังอยู่ด้วย ดังที่รักซินระบุว่า “แม้ว่านี่จะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรง แต่ก็เป็นโอกาสที่จะทำอะไรบางอย่างซึ่งงานด้านการช่วยเหลือเฮติไม่ได้ทำมานับทศวรรษแล้ว นั่นก็คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขให้มั่นคง”
      
       แอนดรัสเสริมว่าจะต้องสร้างโรงพยาบาลใหม่ให้สามารถทนทานกับเฮอร์ริเคนและแผ่นดินไหว และจะต้องวางระบบสาธารณสุขให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ชาวเฮติในทศวรรษต่อๆ ไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
      
       ทั้งนี้ กรณีตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้ว คือ เมืองนิวออร์ลีนส์ในสหรัฐฯ ซึ่งเผชิญกับเฮอร์ริเคน “แคทรินา” เมื่อปี 2005 และปัจจุบัน มีการจัดตั้งเครือข่ายคลินิกท้องถิ่นขึ้นในเมืองแห่งนี้โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ซึ่งทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ดีกว่าก่อนเกิดหายนภัยดังกล่าว
      

ที่มา  ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มกราคม 2553 

Last Updated ( พุธ, 20 มกราคม 2010 )
< Previous   Next >