Home arrow News arrow ผู้เชี่ยวชาญกังขาWHO ออกแนวปฏิบัติใหม่วันเอดส์โลก
ผู้เชี่ยวชาญกังขาWHO ออกแนวปฏิบัติใหม่วันเอดส์โลก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 01 ธันวาคม 2009

        ขณะที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างสงสัยในข้อแนะนำ องค์กรผู้บริจาคและรัฐบาลประเทศต่างๆ จะหาเงินมารักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ป่วยโรคเอดส์อย่างไร โดยปัจจุบัน มีผู้รับยาทั่วโลกราว 4 ล้านคน อีก 5 ล้านคนรอรับยาอยู่...

 

1 วันก่อนถึง “วันเอดส์โลก” องค์การอนามัยโลกออกแถลงการณ์แนะนำวิธีปฏิบัติฉบับปรับแก้ไขใหม่แก่ผู้ติด เชื้อไวรัสเอชไอวี/เอดส์ หลายสิบล้านคนทั่วโลก รวมทั้งแนะให้ประเทศต่างๆ ค่อยๆ หยุดให้ยาต่อต้านไวรัส “สตาวูดีน” (d4T) ซึ่งนิยมใช้กันแพร่หลาย เพราะมันก่อให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายท่ีแก้ไขไม่ได้ระยะยาว รวมทั้งอาการผิดปกติทางประสาทต่างๆ และแนะให้ใช้ยาตัวอื่น คือ “ซิโดวูดีน” (AZT) หรือ “เทโนโฟเวียร์” (TDF) ซึ่งเป็นพิษน้อยกว่าและมีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน ยา “สตาวูดีน” ซึ่ง WHO แนะให้เลิกใช้ ผู้ผลิตรายใหญ่คือบริษัทบริสตอล-ไมเออร์ สควิบบ์ ของสหรัฐฯ,ซิปลา, ออโรบินโด ฟาร์มา และสไตรด์ส อาร์โคแล็บ ของอินเดีย วางตลาดภายใต้ช่ือยา “เซริต” (Zerit) นิยมใช้กันแพร่หลายในประเทศกำลังพัฒนา เพราะราคาถูกและใช้ง่าย

WHO ยังแนะนำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรวมทั้งสตรีมีครรภ์เริ่มรับยาต่อต้านไวรัสเอช ไอวี (ART) เร็วขึ้น ตั้งแต่ค่า “ซีดีโฟร์” (CD4) ซึ่งเป็นตัววัดภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลงมาอยู่ท่ีระดับ 350 เซลส์ต่อซีซี (mm3) ไม่ว่าผู้ติดเชื้อจะมีอาการป่วยหรือไม่ แทนคำแนะนำเดิมในปี 2549 ที่ระบุให้รับยาเมื่อค่าซีดีโฟร์อยู่ที่ 200 เซลส์ต่อซีซี ซึ่งผู้ติดเชื้อมักแสดงอาการป่วยแล้วด้วยโรคฉวยโอกาสต่างๆ อาทิ วัณโรค ซึ่งการให้ยาเร็วขึ้น จะทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากมีอายุยืนยาวขึ้น สุขภาพดีขึ้น

WHO ชี้แนะด้วยว่า เพื่อป้องกันเชื้อเอชไอวีแพร่จากแม่ไปสู่ลูก สตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีควรใช้ยาต่อต้านไวรัสตั้งแต่อายุครรภ์ได้ 14 สัปดาห์ แทนที่จะเป็น 28 สัปดาห์ตามคำแนะนำก่อนหน้านี้ และให้ใช้ยาต่อไปจนกว่าแม่เลิกให้นมลูก และแม่ควรให้นมลูกจนลูกอายุถึง 1 ปี แต่ทั้งแม่และลูกต้องรับยาต่อต้านไวรัสเอชไอวีไปด้วย ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกลดลงและโอกาสท่ีลูกจะรอด ชีวิตสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้เชี่ยวชาญต่างสงสัยในข้อแนะนำฉบับใหม่ของ WHO ว่าองค์กรผู้บริจาคและรัฐบาลประเทศต่างๆ จะหาเงินมารักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ป่วยโรคเอดส์อย่างไร โดยปัจจุบัน มีผู้รับยาต่อต้านไวรัสเอชไอวี/เอดส์ ทั่วโลกราว 4 ล้านคน อีก 5 ล้านคนรอรับยาอยู่ แต่ด้วยข้อแนะนำใหม่ของ WHO จะทำให้ผู้ท่ีอยู่ในข่ายต้องรับยาเพิ่มขึ้น 3 ถึง 5 ล้านคน ต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีกหลายพันล้านดอลลาร์

ด้านนางเกล เอดดี้ นักวิจัยแห่งสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติของแอฟริกาใต้แถลงว่า ขณะท่ีอัตราการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ในแอฟริกาใต้อยู่ในระดับทรงตัว เหล่าผู้เชี่ยวชาญขอเตือนว่าการรับมือกับโรคเอดส์ที่ล่าช้าของรัฐบาล จะเป็น “ระเบิดเวลา” ทำให้เด็กถึง 1 ใน 3 ของประเทศเป็นเด็กกำพร้า โดยจากการประเมินพบว่า ภายในปี 2558 เด็กราว 5,700,000 คน หรือ 32% ในแอฟริกาใต้จะสูญเสียบิดาหรือมารดาหรือทั้งบิดามารดาเพราะโรคเอดส์

ที่มา  หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ อังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2552

< Previous   Next >